ธนาคารขยะไอที ฝีมือ’เด็กพุนพิน’

“โทรทัศน์เก่าๆ คอมพิวเตอร์เสีย แบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ชำรุดใช้งานไม่ได้ เอามาบริจาคได้ที่ธนาคารขยะนะคะ”

เสียงใสๆ ของเหล่าหนูน้อยตัวจ้อยดังเจื้อยแจ้วไปทั่ว หลังกริ่งสัญญาณดังขึ้นเวลา 12.30 น. ของทุกวัน บริเวณหน้าห้องธนาคารขยะรีไซเคิล มีนักเรียนชายหญิงนับสิบชีวิตต่างยืนถือถุงขยะเต็มสองมือ รอเข้าแถวยาวเหยียด

ส่วนที่เหลือกำลังทำหน้าที่กันอย่างขะมักเขม้น ไล่ตั้งแต่คัดแยกขยะ ทั้งพลาสติก แก้ว โลหะ อะลูมิเนียม จนถึงชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ รวมไว้เป็นกองพะเนิน ต่อด้วยการชั่งน้ำหนัก จดรายชื่อคนและสิ่งของด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส

นี่คือภาพอันชินตาของกลุ่มเยาวชนโรงเรียนดรุโณทัยพุนพิน อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎรŒธานี หนึ่งใน 84 โรงเรียนของโครงการโรงเรียนเครือข่ายเชฟรอนพลังใจพลังคน ที่สนับสนุนโดยบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด

ด.ญ.หนึ่งธิดา ขวัญดี ชั้นป.6 เล่าว่าในห้องเรียนคุณครูสอนให้รู้ว่าขยะเหล่านี้มีสารพิษต่างๆ หลายชนิดที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่น ตะกั่ว ที่แฝงอยู่ในแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือ มีพิษทำลายระบบประสาทส่วนกลาง ระบบโลหิต การทำงานของไต การสืบพันธุ์ และมีผลต่อการพัฒนาทางสมองของเด็ก

ปรอทในหลอดไฟจะทำลายอวัยวะต่างๆ รวมทั้งสมอง ไต และเด็กในครรภ์มารดา แคดเมียมในชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จะทำลายระบบประสาท ส่งผลต่อพัฒนาการและการมีบุตร หรืออาจมีผลกระทบต่อพันธุกรรม สารหนูในแผงวงจรไฟฟ้าของโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ทำลายระบบประสาท ระบบผิวหนังและระบบย่อยอาหาร หากร่างกายได้รับสารเหล่านี้ในปริมาณมากจะทำให้ความจำเสื่อม เป็นอัมพาต และอาจถึงตายได้

ส่วน ด.ญ.กัญญาภัค ระวังวงศ์ ชั้นป.5 เล่าถึงการทำงานร่วมกันเป็นทีมในการคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ในธนาคารขยะรีไซเคิล ว่าต้องระมัดระวัง และป้องกันตัวเองเป็นพิเศษ ด้วยการสวมหน้ากากอนามัยและถุงมือทุกครั้ง

“ขยะอิเล็กทรอนิกส์เป็นขยะมีพิษ ไม่ควรทิ้งรวมกับขยะประเภทอื่นเป็นอันขาด เด็กๆ และผู้ปกครองควรใส่ใจในทุกรายละเอียดจริงๆ ตั้งแต่การคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ไว้ต่างหาก สวมหน้ากากอนามัยและถุงมือทุกครั้งเวลาต้องเข้าใกล้หรือสัมผัสกับเศษชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เก่าชำรุดเสียหาย แล้วนำมาช่วยกันคัดแยกต่อที่ธนาคารขยะรีไซเคิล ไม่ว่าจะเป็นหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ แบตฯมือถือ จอคอมพิวเตอร์ โทรทัศน์หรือเครื่องพิมพ์เก่าๆ ต้องแบ่งส่วนกันให้ชัดเจน เก็บไว้อย่างมิดชิดเป็นระเบียบเรียบร้อย

ด้าน ด.ญ.ชนิกานต์ วัฒนโยธิน ชั้นป.5 บอกเล่าว่าจากการทำกิจกรรมได้เรียนรู้ว่าการรณรงค์ลดปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์จะเริ่มตั้งแต่การจัดการกับขยะอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 2 วิธี คือ การใช้ซ้ำ (Reuse) และ การนำไปใช้อีก (Recycle)

“การใช้ซ้ำ (Reuse) ด้วยการนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กลับมาใช้ใหม่อีกครั้ง อาจจะนำมาซ่อมแซมหรือนำไปบริจาคให้กับผู้ที่ขาดแคลน ส่วนการนำกลับมาใช้อีก (Recycle) เป็นการนำส่วนที่ยังเป็นประโยชน์ของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกส่วนประกอบและวัตถุที่มีค่าภายในออกมา อาทิ โลหะมีค่า เงิน ทองคำขาวและทองแดง ซึ่งสามารถนำไปรีไซเคิลและนำไปผลิตอุปกรณ์อย่างอื่นได้อีกด้วยค่ะ”

ขณะที่ ด.ญ.อริสสรา โสมนรินทร์ ชั้นป.5 บอกว่าขณะนี้พื้นที่ธนาคารขยะรีไซเคิลไม่เพียงพอที่จะกักเก็บขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นอีกต่อไปแล้ว ทางโรงเรียน นักเรียนและผู้ปกครองต่างวิตกกังวลถึงอันตรายจากการเก็บขยะมีพิษร้ายเหล่านี้ไว้ใกล้ห้องเรียน

“แม้พวกเราจะมีกิจกรรมการจัดการขยะแบบครบวงจรในโรงเรียนและชุมชนที่เข้มแข็ง แต่ขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่อันตรายต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของผู้คนไม่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ อยากให้มีหน่วยงานที่ดูแลเรื่องนี้โดย ตรง ไม่ว่าจะเป็นกรมควบคุมมลพิษ หรือเทศบาลเมืองท่าข้ามที่มีความพร้อมทางด้านบุคลากร เครื่องมือและเงินทุน เข้ามารับช่วงนำขยะอิเล็ก ทรอนิกส์ทั้งหมดกว่า 2 ตันในธนาคารขยะของเราไปจัดการต่ออย่างถูกต้องและถูกวิธีด้วยค่ะ”

ที่มา : หนังสือพิมพ์ข่าวสด 

 

 

Advertisements

About kruyong

เครือข่ายการเรียนรู้ โรงเรียนจตุรพักตรพิมานรัชดาภิเษก อำเภอจตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด

Posted on ตุลาคม 31, 2011, in ข่าวเทคโนโลยี and tagged , , , , . Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ความคิดเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: