วิกฤติน้ำท่วม..บทเรียนจากภัยธรรมชาติ

ภัยธรรมชาติ เป็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้น และสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สิน เป็นปรากฎการณ์ที่มนุษย์ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น แผ่นดินไหว น้ำท่วม พายุ ฯลฯ

สำหรับประเทศไทย ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง หรืออาจเรียกได้ว่าเกิดขึ้นทุกปีเลยก็ว่าได้ คงหนีไม่พ้นอุทกภัยหรือภัยน้ำท่วม นั่นเอง …แต่อุทกภัยสำหรับประเทศไทยในปีนี้ ดูเหมือนจะหนักหนาและเลวร้ายที่สุดในรอบ 50 ปี สร้างความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม ความเสียหายพูดกันที่หลักแสนล้านบาท ยืนยันจากคำสัมภาษณ์ของผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งหากเหตุการณ์น้ำท่วมยังไม่สิ้นสุด ตัวเลขความเสียหายอาจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ในขณะเดียวกัน สิ่งที่มนุษย์เราพยามยามทำกันมาโดยตลอด นั่นคือการป้องกัน การลดผลกระทบของความเสียหายที่เกิดขึ้น และการเยียวยาผู้ประสบภัย จนลืมคิดไปว่า การจัดการกับปัญหาที่ถูกต้องนั้น ควรจัดการที่ต้นเหตุของปัญหา และจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องอาศัยข้อมูลและองค์ความรู้ที่เจาะลึกถึงสภาพของปัญหานั้นอย่างจริงจัง

การนำเสนอข้อมูลข่าวสารในบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็นวิทยุ โทรทัศน์ หรือหนังสือพิมพ์ จะเห็นได้ว่า การให้ความช่วยเหลือของภาครัฐและเอกชน ยังคงเน้นไปที่การบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัย รวมถึงความร่วมมือร่วมใจของพี่น้องประชาชนคนไทยด้วยกัน

อย่างไรก็ดี มาตรการที่เราสามารถพบได้จากข้อมูลข่าวสาร นั่นคือ การอพยพ การให้ความช่วยเหลือ และการฟื้นฟู ซึ่งมาตรการเหล่านี้เป็นมาตรการที่ใช้สำหรับแก้ปัญหาเฉพาะหน้าทั้งสิ้น สิ่งที่ตามมาคือ กองคาราวานข้าวของ และเงินบริจาคจำนวนมากมาย ซึ่งอาจเข้าไปได้ในบางพื้นที่เท่านั้น และในบางกรณีกลับกลายเป็นความช่วยเหลือที่ไม่ตรงกับความต้องการของผู้ประสบภัย คือมีมากจนเกินไปและน้อยจนเกินไปในบางจุด เหตุเพราะขาดการประสานข้อมูลระหว่างกัน

หากเราจะวิเคราะห์ถึงข้อมูลข่าวสารที่ได้รับจากสื่อต่างๆ นั้น เราจะพบว่าข้อมูลที่เราหลายคนอาจมองข้ามไป นั่นคือ ข้อมูลหรือสาเหตุที่แท้จริงของภัยพิบัติที่เกิดขึ้น ส่วนหนึ่งเกิดจากลักษณะภูมิประเทศของบ้านเราหรือสิ่งที่ธรรมชาติสร้างให้ นั่นเอง เช่น พื้นที่ป่าไม้ ที่ทำหน้าที่ในการชลอการไหลของน้ำ สภาพดินที่ทำหน้าที่ในการดูดซับน้ำ หรือแม้กระทั่งฝายตามธรรมชาติ ที่ทำหน้าที่ในการกักเก็บน้ำ ฯลฯ

รวมถึงเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำ เป็นสิ่งที่มนุษย์สามารถสร้างขึ้นเองได้ โดยทำหน้าที่ในการกักเก็บน้ำ สำหรับใช้อุปโภค บริโภค หรือทำการเกษตร ในช่วงฤดูแล้ง ก็ไม่สามารถรองรับปัญหาน้ำท่วมได้ เนื่องจากน้ำมาจากทุกทิศและทุกทาง ไม่ใช่ไหลมาจากลำธารบนภูเขา แล้วไหลลงสู่แม่น้ำ เหมือนลักษณะภูมิประเทศเช่นเดิม ซึ่งหากต้องการสร้างเขื่อนที่สามารถรองรับปัญหาน้ำท่วมได้นั้น เราอาจต้องพิจารณากันในหลายๆ ด้าน รวมถึงต้นทุนที่อาจเกิดขึ้นตามมาอีกมากมาย โดยเฉพาะต้นทุนทางสังคม ที่ต้องอพยพผู้คนอีกจำนวนหลายล้านคนออกจากพื้นที่ ซึ่งก็เป็นไปได้ยาก

สิ่งเหล่านี้ ล้วนเป็นข้อมูลสำคัญ ที่ใช้เป็นประโยชน์ในการวางแผนและป้องกันภัยธรรมชาติในระยะยาว เป็นทั้งแหล่งผลิตความชุ่มชื้นในฤดูแล้ง และกักเก็บน้ำฝนในช่วงฤดูน้ำหลากได้เป็นอย่างดี

ข้อมูลสำคัญอีกส่วนหนึ่ง ที่รอการเปิดเผย คงหนีไม่พ้น เรื่องของการบุกรุกพื้นที่ป่าของกลุ่มนายทุน เพื่อสร้างโรงแรมที่พัก หรือรีสอร์ทหรู ตลอดจนวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ ที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม มีการหันมาปลูกพืชทางเศรษฐกิจกันมากขึ้น เช่น ข้าวโพด อ้อย มันสำปะหลัง ฯลฯ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า พืชเหล่านี้เป็นพืชที่มีอายุสั้น และรากที่ไม่สามารถอุ้มน้ำได้

ปัญหาน้ำท่วม เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซาก เกิดขึ้นทุกปี เกิดขึ้นทุกรัฐบาล และเป็นปัญหาที่ยังไม่มีทางออกอย่างเป็นรูปธรรม คำถามที่ตามมาคือ “ใครต้องรับผิดชอบ?” บ่อยครั้งที่เรามักจะถามหาบทเรียนจากความสูญเสียที่เกิดขึ้น ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่เราทุกคนควรจะต้องหันกลับมามองตัวเองและตั้งคำถามกับตัวเองบ้างว่า

     “ก่อนน้ำท่วม” เราได้ทำอะไรที่เป็นการปกป้องธรรมชาติบ้าง?

     “น้ำท่วมแล้ว” เราได้ทำอะไรที่เป็นการช่วยเหลือเพื่อนร่วมโลกบ้าง?

     “หลังน้ำท่วม” เราได้ทำอะไรที่เป็นการปกป้องธรรมชาติและช่วยเหลือเพื่อนร่วมโลกบ้าง?

 

* ทิวา อัมพเศวต คณะวิทยาการจัดการ
มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต
ที่มา :  สยามรัฐออนไลน์ 

Advertisements

About kruyong

เครือข่ายการเรียนรู้ โรงเรียนจตุรพักตรพิมานรัชดาภิเษก อำเภอจตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด

Posted on พฤศจิกายน 11, 2011, in สาระน่ารู้ and tagged , , , . Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ความคิดเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: