ทำไม ? “29 กุมภาพันธ์” 4 ปี เวียนบรรจบ “ปีอธิกสุรทิน” คืออะไร

ปี 2555 นี้นอกจากจะเป็นปีมังกรทองที่ใครหลายคนทราบกันดีอยู่แล้ว มันยังเป็นปีที่มีความพิเศษเล็กๆ แถมมาอีกหนึ่งอย่างด้วยนั้นก็คือ ปีนี้เป็นปีที่มี 366 วัน แทนที่จะมี 365 วันอย่างที่แล้วๆ มา กล่าวคือในเดือนกุมภาพันธ์ที่เดิมมี 28 วัน จะมีวันที่ 29 งอกออกมาด้วย ซึ่งปรากฏการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นทุกๆ 4 ปีอยู่แล้ว 

แม้ว่าเอาเข้าจริงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ จะไม่ได้สลักสำคัญอะไรมาก แต่กับบางคนที่เกิดวันนี้แล้ว ก็คงนับว่ามีความสำคัญไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะมันถือเป็นวันเกิดจริงๆ ที่นานๆ จะเวียนมาถึงทีหนึ่ง

ลองมาทำความรู้จักกับแง่มุมที่หลากหลายของวันที่ 29 กุมภาพันธ์ กันดีกว่า

       ทำไมต้องมี 29 วัน 

ถ้าจะถามว่าในวันหนึ่งนั้นมันมีอยู่กี่ชั่วโมง ใครๆ ก็คงต้องตอบว่า 24 ชั่วโมง แต่ในความจริงแล้วถ้านับเวลากันแบบเป๊ะๆ ตามการหมุนของโลกครบ 1 รอบ วันหนึ่งมันมีอยู่แค่ 23.56.1 ชั่วโมงเท่านั้นเอง ดังนั้น จึงทำให้ระยะเวลาที่โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ 1 รอบ คือ 365.24224 วัน

เอาเข้าจริงใน 1 ปีปกติ หากนับเวลากันไว้ที่ 365 วัน จึงส่งผลให้ทุกๆ 4 ปี จะมีเศษเวลาที่หลงเหลืออยู่ รวมๆ แล้ว 1 วันนิดๆ ทำให้เกิดวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ขึ้นเพื่อชดเชยเวลาที่เกินมาทุกๆ รอบ 4 ปี โดยปีที่มี 366 วันนี้จะเรียกกันว่าปี ‘อธิกสุรทิน’ หรือที่ฝรั่งเรียกกันว่า Leap year ซึ่งปีเจ้าปัญหานี้สามารถหาได้โดยวิธีง่ายๆ ก็คือ ถ้าปีคริสต์ศักราชไหนเอามาหาร 4 ลงตัว ก็จะเป็นปีที่มีวันที่ 29 กุมภาพันธ์

แต่ก็มีข้อยกเว้นอยู่ เพราะวันที่ 29 กุมภาพันธ์นั้น มีเวลาเกินมาอยู่หน่อย ดังนั้น ถ้าใช้วิธีเพิ่มวันที่ 29 ทุก 4 ปีไปจนครบ 400 ปี ปฏิทินก็จะมีวันเกินไป 3.104 วัน ดังนั้น ทุก 400 ปี จะไม่เป็นอธิกสุรทิน 3 วัน ซึ่งมีการกำหนดกฎเกณฑ์ไว้ว่า ถ้าปีคริสต์ศักราชใด ที่ครบจำนวนเต็มร้อย หารด้วย 400 ลงตัวจะเป็นปีที่มี วันที่ 29 กุมภาพันธ์ แต่ถ้าหารไม่ลงเดือนกุมภาพันธ์ก็จะมี 28 วัน เหมือนเดิม จึงทำให้ ค.ศ. 1800, 1900, 2100, 2200 เป็นปีปกติสุรทิน (กุมภาพันธ์มี 28 วัน) แต่ ค.ศ. 1600, 2000, 2400 เป็นปีอธิกสุรทิน

ส่วนในเมืองไทย เริ่มใช้ชื่อเดือนกุมภาพันธ์มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2432 ซึ่งตรงกับสมัยรัชกาลที่ 5 โดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ เป็นผู้เสนอให้ใช้ชื่อราศีกำหนดชื่อเดือน

       แล้ววันที่ 29 เขาทำอะไรกัน

เป็นธรรมดาที่วันซึ่งนานๆ จะโผล่มาทีนั้น จะกลายเป็นวันที่มีเรื่องราวหรือพิธีการพิเศษๆ เกิดขึ้น และในแต่ละวัฒนธรรมก็จะมีเรื่องราวและสิ่งพิเศษที่แตกต่างออกไปตามวัฒนธรรม

เริ่มจากประเทศไอร์แลนด์กันก่อน ซึ่งวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ที่เวียนมาบรรจบ 4 ปีครั้งนั้น จะเป็นวันที่ผู้หญิงสามารถขอแต่งงานกับผู้ชายได้โดยไม่ขัดต่อธรรมเนียมประเพณี เพราะในตำนานกล่าวว่า สุภาพสตรีที่ชื่อ บริสเจส สตรัค ได้ตกลงกับ นักบุญที่ชื่อ แพททริก (ผู้ที่เป็นคนเปลี่ยนแปลงไอร์แลนด์จากการนับถือลัทธิพหุเทวนิยมของเคลติคมาเป็นศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก) นัยว่าเป็นการปรับสมดุลระหว่างชายหญิง เหมือนๆ กับวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ที่มีขึ้นเพื่อคอยปรับสมดุลของปฏิทิน

ในอีกหลายพื้นที่ในยุโรป ก็ถือเอาวันที่ วันที่ 29 กุมภาพันธ์ เป็นวันแบเชเลอร์ เดย์ (Bachelors’ Day) ที่ผู้หญิงจะขอความรักจากผู้ชายได้เช่นกัน ซึ่งในวันนั้นถ้าผู้ชายเกิดปฏิเสธขึ้นมาก็ต้องจ่ายค่าปรับให้ฝ่ายหญิง อย่างในประเทศฟินแลนด์นั้นจะต้องจ่ายค่าปรับเป็นเสื้อผ้า ส่วนในสังคมชั้นสูงของประเทศเดนมาร์ก ถ้าเกิดการปฏิเสธขึ้น ฝ่ายชายจะต้องซื้อถุงมือให้ผู้หญิง 12 คู่ นัยว่าผู้หญิงที่ถูกปฏิเสธจะได้เอาไว้ใส่เพื่อปกปิดว่าตนเองไม่มีแหวนหมั้นมาสวมนิ้วกับเขา

แต่นอกจากวันที่ 29 กุมภาพันธ์ จะมีเรื่องกุ๊กกิ๊กน่ารักอย่างการขอความรักแล้ว ความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับเรื่องไม่ดีก็มีเหมือนกัน อย่างในสกอตแลนด์ก็ถือว่า คนที่เกิดวันนี้นั้นดวงซวยสุดๆ ซึ่งระดับดีกรีนั้นเทียบเท่าศุกร์ 13 เลยทีเดียว ส่วนในกรีกก็เชื่อว่า ปีอธิกสุรทินนั้นเป็นปีที่ไม่ค่อยกินเส้นกับเรื่องของความรัก ดังนั้น ในปีที่มี 29 กุมภาพันธ์ จะมีคู่รักร้างรากันมากเป็นพิเศษ

นอกจากนั้น วันที่ 29 กุมภาพันธ์ ยังถือเป็นวันเซนต์ออสวัลด์ (St. Oswald’s Day) อีกด้วย ซึ่งเป็นเสมือนการระลึกถึงอาร์คบิชอฟแห่งยอร์ค ที่เสียชีวิตลงในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 992 ซึ่งถ้าปีไหนไม่มี 29 กุมภาพันธ์ เขาก็จะไปฉลองกันในวันที่ 28 กุมภาพันธ์แทน

ซึ่งการถือเอาวันที่ 28 มาแทนวันที่ 29 ซึ่ง 4 ปีมีหนนั้น ก็เหมือนกับคนส่วนใหญ่ที่เกิดวันที่ 29 แต่ต้องไปฉลองหรือทำอะไรหลายๆ อย่างในวันที่ 28 แทน

ที่มา :  ผู้จัดการออนไลน์

Advertisements

About kruyong

เครือข่ายการเรียนรู้ โรงเรียนจตุรพักตรพิมานรัชดาภิเษก อำเภอจตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด

Posted on มีนาคม 1, 2012, in วิทยาศาสตร์น่ารู้ and tagged , . Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ความคิดเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: