Category Archives: ข่าวการศึกษา

เผยแพร่ผลงาน Best Practice คุณครูอุไลวรรณ แสนทวี

ประกาศผู้ได้รับคัดเลือกเพื่อเข้ารับรางวัลหนึ่งแสนครูดี ประจำปี 2556

ประกาศผู้ได้รับคัดเลือกเพื่อเข้ารับรางวัลหนึ่งแสนครูดี ประจำปี 2556

LOGO1san

ประกาศผลการเรียน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2555 โรงเรียนจตุรพักตรพิมานรัชดาภิเษก

ประกาศผลการเรียน ม.1 ภาคเรียนที่ 2 / 2555

ประกาศผลการเรียน ม.2 ภาคเรียนที่ 2 / 2555

ประกาศผลการเรียน ม.3 ภาคเรียนที่ 2 / 2555

ประกาศผลการเรียน ม.4 ภาคเรียนที่ 2 / 2555

ประกาศผลการเรียน ม.5 ภาคเรียนที่ 2 / 2555

ประกาศผลการเรียน ม.6 ภาคเรียนที่ 2 / 2555

 

ที่มา :  ข้อมูลจากงานทะเบียนนักเรียน โรงเรียนจตุรพักตรพิมานรัชดาภิเษก

ประกาศผลสอบคัดเลือกนักเรียน โครงการห้องเรียนพิเศษ Gifted Program โรงเรียนจตุรพักตรพิมานรัชดาภิเษก

ประกาศผลสอบคัดเลือกนักเรียน  โครงการห้องเรียนพิเศษ  Gifted Program
โรงเรียนจตุรพักตรพิมานรัชดาภิเษก

click_here_button(1)

ประกาศผลสอบคัดเลือกนักเรียน  โครงการห้องเรียนพิเศษ  Gifted Program  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1

 

ประกาศผลสอบคัดเลือกนักเรียน  โครงการห้องเรียนพิเศษ  Gifted Program ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4

ประกาศผลการเรียน ม.3 และ ม.6 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2555

ประกาศผลการเรียน ม.3 ภาคเรียนที่ 2 / 2555

ประกาศผลการเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/1

ประกาศผลการเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/2

ประกาศผลการเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/3

ประกาศผลการเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/4

ประกาศผลการเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/5

ประกาศผลการเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/6

ประกาศผลการเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/7

ประกาศผลการเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/8

ประกาศผลการเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/9

ประกาศผลการเรียน ม.6 ภาคเรียนที่ 2 / 2555

ประกาศผลการเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1

ประกาศผลการเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/2

ประกาศผลการเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/3

ประกาศผลการเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/4

ประกาศผลการเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/5

ประกาศผลการเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/6

ประกาศผลการเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/7

ประกาศผลการเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/8

ประกาศผลการเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/9

ที่มา : ข้อมูลจากงานทะเทียนนักเรียน โรงเรียนจตุรพักตรพิมานรัชดาภิเษก

Samsung เผยโฉมสุดยอดนักคิด ผู้ชนะเลิศโครงการ ‘ซัมซุง โฮป ฟอร์ ชิลเดร้น’ จตุรพักตรพิมานรัชดาภิเษกคว้ารางวัล รองชนะเลิศอันดับ 2

จากโครงการ ‘ซัมซุง โฮป ฟอร์ ชิลเดร้น’ 12 ผลงานที่ผ่านการคัดเลือกเข้าสู่รอบสุดท้าย ได้แก่ 1. หมวกเซ็นเซอร์ 2. โปรเจคเตอร์พกพา 3.ถังอัจฉริยะ 4.เครื่องให้อาหารสัตว์ระบบพลัง งานน้ำหยด 5.เฮลตี้ วอช 6.ไฟฟ้าไร้สาย 7.เครื่องสีข้าวกล้องงอกสำเร็จรูป 8.เครื่องช่วยผ่อนคลายกลิ่นสมุนไพร 9.ซูเปอร์ตู้อบแห้งพลังแสงอาทิตย์ 10.มีดกรีดยางรักษ์ไม้ 11.มหัศจรรย์บาสเก็ตบอล และ 12.แสงสว่างในโลกแห่งความมืด

ผู้ชนะเลิศโครงการ “ซัมซุง โฮป ฟอร์ ชิลเดร้น – ซัมซุงสร้างนักคิด” จะได้รับ Samsung Learning Space พื้นที่สำหรับนักคิด เพื่อใช้ในการพัฒนาศักยภาพและเสริมองค์ความรู้ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด อีกทั้ง 3 ทีมผู้ชนะยังได้รับโอกาสพิเศษเดินทางไปทัศนศึกษาเพื่อสัมผัสสุดยอดประสบการณ์ ณ ซัมซุง ดิจิตอล ซิตี้ ณ ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของอาณาจักรนวัตกรรมของซัมซุงที่มีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน พร้อมทุนการศึกษาจากซัมซุง รวมมูลค่ารางวัลทั้งสิ้นกว่า 1 ล้านบาท

ซึ่งโรงเรียนของเรา  จตุรพักตรพิมานรัชดาภิเษก  ซึ่งได้ส่งผลงาน “ซูเปอร์ตู้อบแห้งพลังแสงอาทิตย์”  ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2  พร้อมกันนี้ซัมซุงได้มอบทุนการศึกษา  30,000  บาท  และได้ไปทัศนศึกษา Samsung Digital City  ประเทศเกาหลีใต้ ในวันที่  22 – 26  ตุลาคม 2555 นี้ สำหรับรายชื่อผู้เข้าร่วมโครงการประกอบด้วย  1.เด็กหญิงปาริฉัตร  พิมพ์สวัสดิ์ ม.3/9  ,  2.เด็กหญิงพัทธ์ธียา  เฉวียงหงส์ ม.3/9  และคุณครูอภิชาติ  ถูสินแก่น ครูที่ปรึกษาโครงการ

ขอชื่นชมและแสดงความยินดีด้วยนะจ๊ะ

“ครูคืนถิ่น”ป่วน!เขตพท.ไม่ตัดโอนอัตรา”สพป.โคราช 4 – สพม.3 “อ้างขาดแม่พิมพ์

‘ครูคืนถิ่น’ป่วน!เขตพท.ไม่ตัดโอนอัตรา’สพป.โคราช 4 – สพม.3 ‘อ้างขาดแม่พิมพ์รองกพฐ.วอนอนุมัติ – เล็งจัดคนทดแทน

เมื่อว23 สิงหาคม แหล่งข่าวจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) แห่งหนึ่ง เปิดเผยว่า จากการที่นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มี นโยบายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ดำเนินโครงการครูคืนถิ่น โดยให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาย้ายกลับภูมิลำเนา ซึ่งในส่วนของ สพฐ.ได้รับการอนุมัติย้ายคืนถิ่น จำนวน 10,174 คน จากผู้ยื่นขอย้าย 20,717 คน คิดเป็นสัดส่วน 50.34% แต่ข้อเท็จจริงพบว่าการย้ายคืนถิ่นกรณีการตัดโอนตำแหน่งและอัตราเงินเดือน ดำเนินการได้น้อยมาก เนื่องจากคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษา หลายแห่งไม่ยอมอนุมัติตัดโอน เนื่องจากหวั่นว่าจะส่งผลให้โรงเรียนที่เดิมขาดแคลนอัตราครูอยู่แล้ว เกิดปัญหาขาดแคลนมากยิ่งขึ้น ขณะนี้เริ่มมี อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาร้องเรียนว่า สพฐ.กำลังก้าวก่ายอำนาจหน้าที่ของ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา เพราะผู้ที่มีอำนาจในการอนุมัติย้ายครูในเขตพื้นที่การศึกษา ตามกฎหมายระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา คือ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา ไม่ใช่ สพฐ. 

“ขณะนี้มีบางเขตพื้นที่ฯไม่อนุมัติให้ตัดโอนตำแหน่งและอัตราไปยังเขตพื้นที่ฯปลายทาง อาทิ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษานครราชสีมา เขต 4 ได้พิจารณาเรื่องนี้ไปเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคมที่ผ่านมาแล้วมีมติว่าไม่เห็นควรให้มีการอนุมัติตัดโอนตำแหน่งและอัตรา ไปยังเขตพื้นที่ฯปลายทาง เนื่องจากโรงเรียนในสังกัดก็ขาดแคลนครูต่ำกว่าเกณฑ์อยู่แล้ว เช่นเดียวกับ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 3 (นนทบุรี อยุธยา) ที่ไม่อนุมัติให้มีการตัดโอนในบางอัตราโดยให้เหตุผลว่าเป็นสาขาที่ขาดแคลน ซึ่งเมื่อ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯไม่อนุมัติ ครูผู้ยื่นเรื่องก็ไม่สามารถย้ายไปยังโรงเรียนปลายทางได้ นอกจากนี้ มีบาง สพม.รับตัดโอนตำแหน่งและอัตราจาก สพป.อื่น แต่ไม่ยอมตัดโอนในส่วนของตนเองให้กับ สพป. และบางเขตพื้นที่ฯชะลอการพิจารณาเรื่องนี้ โดยอ้างว่าเอกสารไม่พร้อม” แหล่งข่าวจาก สพท.กล่าว และว่า เรื่องการย้ายครูในเขตพื้นที่ฯเป็นอำนาจของ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ ขณะนี้เริ่มมีการร้องเรียนแล้วว่า สพฐ. กำลังก้าวก่ายอำนาจหน้าที่

นายอนันต์ ระงับทุกข์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า เคยได้รับแจ้งปัญหาที่บางเขตพื้นที่การศึกษายังไม่ตัดโอนตำแหน่งและอัตราข้าราชการครูในโครงการครูคืนถิ่นไปยังโรงเรียนปลายทาง แต่ สพฐ.ก็ไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ เนื่องจากเรื่องการตัดโอนตำแหน่งและอัตราข้าราชการครูเป็นอำนาจของ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ และ สพฐ.ไม่มีอำนาจสั่งการได้ ดังนั้น จึงต้องขอความร่วมมือและความกรุณาให้มีการอนุมัติให้ข้าราชการครูได้ย้ายกลับภูมิลำเนา เพื่อความต้องการของเพื่อนข้าราชการครู อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่บางเขตพื้นที่การศึกษาไม่ยอมตัดโอนตำแหน่งและอัตราครูคืนถิ่น ทราบว่าเป็นเพราะปัญหาความขาดแคลนข้าราชการครูเนื่องจากบางโรงเรียนมีครูขอย้ายหลายคนและหากให้ย้ายไป ก็จะไม่มีครูสอนแทน อีกทั้ง สพฐ.ยังไม่ได้จัดสรรอัตราไปทดแทนให้ 

“ปัญหาที่เขตพื้นที่ฯไม่ให้ครูย้ายคืนถิ่นมีอยู่ไม่มากและไม่กี่เขตพื้นที่ฯ เพราะหลายเขตพื้นที่ฯได้ตัดโอนอัตราตามที่ สพฐ.ได้อนุมัติให้ครูย้ายคืนถิ่น บางเขตพื้นที่ฯอาจจะให้ย้ายได้บางส่วนก็มี” รองเลขาธิการ กพฐ.กล่าวและว่า ส่วนกรณีขอให้ครูไปช่วยราชการ เพื่อให้ครูได้กลับภูมิลำเนานั้น ส่วนใหญ่ไม่มีปัญหา จะได้รับการย้ายทั้งหมด เพราะเรื่องนี้เป็นอำนาจของ สพฐ.โดยตรง อย่างไรก็ตาม กรณีเขตพื้นที่ฯไม่ให้ครูย้ายครูคืนถิ่นเพราะขาดอัตรากำลังนั้น อยากให้ทำเป็นบันทึกเสนอมาที่ สพฐ.จะได้พิจารณาจัดสรรอัตราทดแทนให้

ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน , ครูบ้านนอกดอทคอม

รมว.ศธ.ประชุมทางไกล (Video Conference) กับ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ


สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) – 
ศาสตราจารย์ ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประชุมทางไกล (Video Conference) กับผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา-มัธยมศึกษา ๒๒๕ เขตทั่วประเทศ เมื่อวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการ สพฐ.  โดยมี ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขต ประธาน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาทุกเต และคณะผู้บริหาร สพฐ.ร่วมประชุมทางไกล โดยมีสาระสำคัญ ๗ เรื่อง สรุปดังนี้

๑. คอมพิวเตอร์แท็บเล็ต (Tablet) ใช้ชื่อว่า “คอมพิวเตอร์แท็บเล็ตสำหรับนักเรียน ป.๑ และ ม.๑ ทุกคน” เป็นโครงการที่จะช่วยยกระดับเทคโนโลยีทางการศึกษา ทำให้การเรียนการสอนมีความทันสมัยและรวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งขณะนี้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้ลงนามจัดซื้อคอมพิวเตอร์แท็บเล็ต จำนวน ๘๐๐,๐๐๐ เครื่องแล้ว เมื่อเครื่องมาถึง ศธ. ก็จะทำการนำซอฟต์แวร์ใส่ลงไปในเครื่อง จัดใส่กล่องเพื่อกระจายเครื่องไปยังเขตพื้นที่การศึกษาและโรงเรียนทั่วประเทศต่อไป และจัดหางบประมาณมาติดตั้งสัญญาณ Wi-Fi กระจายในโรงเรียนต่างๆ  โดยคาดว่าในเดือนกรกฎาคมนี้จะสามารถส่งเครื่องถึงนักเรียนชั้น ป.๑ ส่วนนักเรียนชั้น ม.๑ จะได้รับแจกในภาคเรียนที่ ๒ ของปีการศึกษา ๒๕๕๕

๒. การปฏิรูปการศึกษา ที่เน้น Accountability และ Transparency  ศธ.จะนำ Accountability ซึ่งหมายถึงความรับผิดชอบ และ Transparencyหมายถึงความโปร่งใส มาเป็นตัวนำในการจัดการศึกษา เพื่อให้มีประสิทธิภาพดีขึ้นทั้งระบบ เพื่อให้เกิดเป็นจิ๊กซอว์ต่อกันได้อย่างสอดคล้องกัน ทั้ง “ความรับผิดชอบ” ซึ่งจะดูจากผลการสอบ O-Net ของนักเรียนเป็นผลงานสะท้อนการสอนของครู และผลงานของครูก็จะสะท้อนการบริหารของผู้อำนวยการโรงเรียนและของโรงเรียนตามลำดับ ส่วน “ความโปร่งใส” เนื่องจากกฎหมายของ สพฐ.ต้องการกระจายการบริหารงานบุคคลลงไปสู่เขตพื้นที่การศึกษาอย่างเต็มที่ จึงต้องคำนึงถึงความโปร่งใสในการให้ครูเข้าสู่ระบบทุกระดับ ต้องได้รับการเลื่อนขั้น และได้รับการพิจารณาอย่างยุติธรรม โปร่งใส ซึ่งจะส่งผลให้ครูมีกำลังใจในการสอนต่อไป ถ้าทำได้เช่นนี้ Value Judgment ก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และขอเน้นย้ำว่าควรจะลดการใช้ดุลยพินิจ โดยให้เปลี่ยนเป็นการเน้นที่ผลงานให้มากขึ้น เพื่อให้การศึกษาเกิดความโปร่งใสอย่างเป็นรูปธรรม

๓. โครงการครูคืนถิ่น  จากเดิมที่สามารถย้ายได้เพียง ๑๙% ของจำนวนผู้ยื่นคำร้องทั้งหมด แต่ในปีนี้มีผู้ยื่นคำร้องถึง ๒๐,๗๑๗ คน ซึ่งคณะกรรมการพิจารณาให้ย้ายได้จำนวน ๑๐,๑๗๔ คน คิดเป็นร้อยละ ๕๐.๓๔ จึงขอฝากว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่สามารถย้ายโดยนำอัตราไปด้วยถึง ๘,๐๐๐ คน เพื่อให้ครูได้มีกำลังใจในการทำงาน ได้กลับไปอยู่กับครอบครัว มีความอบอุ่นในชีวิตมากขึ้น  อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ไม่ได้จัดทำเป็นประจำทุกปี หลังจากนี้การย้ายต่างๆ ก็จะต้องเป็นการย้ายในระบบปกติ  สำหรับข้อกังวลของโรงเรียนหรือครูเกี่ยวกับการหาครูมาสอนในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ ในโรงเรียนที่ขาดอัตราจำนวนมาก โรงเรียนสามารถจ้างครูได้เอง โดยจ้างในรูปแบบของพนักงานมหาวิทยาลัย แต่จะไม่ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการ และอย่าได้กังวลว่าจะรับคนไม่ดีเข้ามาทำงาน เพราะคนที่ไม่ดีเมื่อเข้ามาทำงานจริง ก็จะไม่สามารถอยู่ได้ ซึ่ง สพฐ.ได้เตรียมแผนรองรับผลกระทบจากการดำเนินงานตามโครงการครูคืนถิ่น ดังนี้

  • มาตรการเร่งด่วน (ด้านอัตรากำลัง) จัดสรรอัตราข้าราชการครูที่ว่างจากผลการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด ปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๕ จำนวน ๑,๘๓๑ อัตรา และขอใช้อัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด ปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๕ โดยจัดสรรทดแทนและเพิ่มเติมให้แก่สถานศึกษาที่ครูได้รับการพิจารณาย้ายออก ๒ กรณี คือ ๑) สถานศึกษาที่ขาดครูขั้นวิกฤต ตั้งแต่ร้อยละ ๓๐ ขึ้นไป และ ๒) สถานศึกษาขนาดเล็กที่ขาดครูและมีครูไม่ครบชั้น รวมทั้งขอให้ สพท.เร่งสำรวจสภาพปัจจุบัน ปัญหา และผลกระทบจากการย้ายตามโครงการครูคืนถิ่น เพื่อให้คำปรึกษา ชี้แจง และทำความเข้าใจแก่สถานศึกษา
  • มาตรการระยะกลาง (ด้านอัตรากำลัง) สพฐ.จะพิจารณาจัดสรรอัตรากำลังข้าราชการครูเกษียณอายุราชการ ปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๔ จัดทำแผนเกลี่ยอัตรากำลังข้าราชการครู รวมทั้งเกลี่ยอัตราพนักงานราชการ (ตำแหน่งครูผู้สอน) กรณีที่ว่างลงในสถานศึกษาที่มีอัตรากำลังครูครบเกณฑ์หรือเกินจากเกณฑ์ ก.ค.ศ.กำหนด และจะส่งเสริม สนับสนุน ทั้งในด้านงบประมาณ บุคลากร ขวัญและกำลังใจแก่สถานศึกษาที่ขาดครูเป็นกรณีพิเศษ

ทั้งนี้ สพฐ.จะจัดงาน “โครงการครูคืนถิ่น” ในวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๕ โดยเชิญนายกรัฐมนตรีเป็นประธานพิธีเปิด พร้อมถ่ายทอดสดระหว่างเวลา ๐๙.๐๐-๑๐.๔๐ น. ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีจะชมการแสดง เยี่ยมชมนิทรรศการ “ครูคืนถิ่น ครูแห่งคุณภาพ” และมอบของที่ระลึกแก่ตัวแทนครอบครัวครูคืนถิ่นด้วย

๔. การสรรหารองผู้อำนวยการสถานศึกษาและผู้อำนวยการสถานศึกษา สพฐ.ได้ประกาศรับสมัครสรรหาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อบรรจุแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษาและผู้อำนวยการสถานศึกษา เมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๕๕ ซึ่งมีผู้สมัครทั้งสิ้น ๑๖,๕๒๓ คน เป็นผู้มีสิทธิ์ จำนวน ๑๖,๑๐๒ คน โดยมีกำหนดสอบข้อเขียนในวันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ณ สนามสอบโรงเรียนในกรุงเทพมหานคร จำนวน ๓๓ สนามสอบ และจะประกาศผลภายในวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ในการนี้ มีตำแหน่งว่างที่จะเรียกมารายงานตัวเพื่อบรรจุและแต่งตั้ง ๑,๐๑๘ ตำแหน่ง ประกอบด้วย
– ผอ.รร.ประถม          จำนวน           ๑๙๘    ตำแหน่ง
– รอง ผอ.รร.ประถม    จำนวน           ๔๓๗   ตำแหน่ง
– ผอ.รร.มัธยม           จำนวน             ๒๐    ตำแหน่ง
– รอง ผอ.รร.มัธยม      จำนวน           ๓๑๐    ตำแหน่ง
– ผอ.รร.สศศ.            จำนวน               ๑    ตำแหน่ง
– รอง ผอ.รร.สศศ.       จำนวน             ๕๒    ตำแหน่ง

ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับการประกาศขึ้นบัญชีที่จะมารายงานตัวเพื่อบรรจุและแต่งตั้งในครั้งแรก ๑,๐๑๘ คนนี้ ก.ค.ศ.กำหนดให้มีการพัฒนาตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ.กำหนดให้เรียบร้อยก่อน จึงจะกำหนดวันให้มารายงานตัวเพื่อเลือกโรงเรียนอีกครั้งหนึ่ง

๕. การสอบบรรจุแต่งตั้งในตำแหน่งครูผู้ช่วย  ารสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย ปี ๒๕๕๕ มีกำหนดการสอบแข่งขัน ดังนี้

– ประกาศรับสมัครสอบแข่งขัน วันที่ ๑-๗ มิถุนายน ๒๕๕๕

– รับสมัครสอบแข่งขัน วันที่ ๘-๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๕

– สอบภาค ก. วันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๕

– สอบภาค ข. วันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๕

– ประกาศผลการสอบแข่งขัน ภายในวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๕

แนวปฏิบัติในการดำเนินการสอบแข่งขัน

– สพท.ที่ดำเนินการสอบแข่งขันฯ ต้องไม่มีผู้สอบแข่งขันได้ในกลุ่มวิชาหรือทางหรือสาขาวิชาเอกเดียวกันขึ้นบัญชีรอการบรรจุ

– ผู้สมัครสอบแข่งขันจะต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา ๓๐ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาพ.ศ.๒๕๔๗ คือต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขการได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตามระเบียบของคุรุสภาว่าด้วยการออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพควบคุมด้วย

– หากมีปัญหาเกี่ยวกับคุณวุฒิ สาขาวิชาเอกที่ใช้ในการสมัครสอบ ขอให้หารือกับ ก.ค.ศ.โดยตรง และรายงานให้ สพฐ.ทราบ

– สพฐ.จะพิจารณาจัดสรรงบประมาณให้ สพท.เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการสอบแข่งขันเท่าที่จำเป็นและประหยัด

– สพท.ที่มีบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ ปี พ.ศ.๒๕๕๓ และบัญชี ปี พ.ศ.๒๕๕๔ ให้ใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ต่อไป จนครบอายุการขึ้นบัญชี

– ให้ สพท.รายงานข้อมูลการเรียกบรรจุให้ สพฐ.ทราบทุกครั้ง ที่มีการเรียกบรรจุเพิ่มเติม พร้อมทั้งประกาศให้ทราบโดยทั่วกันทางเว็บไซต์ของ สพท.

๖. โครงการครูมืออาชีพ จะรับสมัครเพื่อสอบแข่งขันทั่วประเทศ เป็นการสอบล่วงหน้า ๑ ปี จำนวน ๓๐% ของจำนวนที่รับทั้งหมด โดยผู้สมัครจะต้องเป็นนักศึกษาปี ๔ ทุกคณะต่างๆ ที่สนใจจะมาเป็นครู โดยจะต้องเรียนประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ป.บัณฑิต) เพิ่มเติม ทั้งนี้จะต้องมีการระบุเขตที่จะบรรจุ เพื่อลดการย้ายกลับคืนถิ่นในอนาคต และหลังจากจบการศึกษาพร้อมทั้งได้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูแล้ว ก็จะได้รับการบรรจุทันที อีก ๔๐% จะเป็นการสอบแข่งขันทั่วไป สำหรับผู้ที่สนใจจะมาเรียนครูและมีเกรดเฉลี่ยไม่ถึง ๓.๐๐ ทั้งนี้ในอนาคตครูที่สอนอยู่กว่า ๕๐๐,๐๐๐ คน จะได้ปรับเป็นครูมืออาชีพทั้งหมด โดยได้มอบหมายให้ สพฐ. และ ก.ค.ศ. คิดหลักเกณฑ์การประเมินเพื่อให้ครูเหล่านี้ได้ประกาศนียบัตรครูมืออาชีพ และให้เป็นคะแนนผลงานในการเลื่อนขั้นและเลื่อนวิทยฐานะด้วย ซึ่งหลักเกณฑ์นี้จะเชื่อมโยงกับหลักเกณฑ์การสอนเด็ก เพื่อลด/ยกเลิกการทำวิจัยลง

๗.   วิทยฐานะครูและผู้บริหาร สพฐ.มีนโยบายที่จะกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีและเลื่อนวิทยฐานะ ตามนโยบายของ ศธ.โดยใช้หลักเกณฑ์การตัดสินที่เป็นปรนัย เน้นผลสัมฤทธิ์ที่เกิดกับผู้เรียน ซึ่งได้ยกร่างหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีและเลื่อนวิทยฐานะ เพื่อเตรียมเสนอให้ ก.ค.ศ.พิจารณา ดังนี้

  • ยกร่างหลักเกณฑ์ฯ ด้วยข้อตกลงการปฏิบัติงาน (Performance Agreement) สายงานการบริหารการศึกษาและสายงานบริหารสถานศึกษา โดยการประเมิน ๓ ด้าน ได้แก่ ๑) ด้านจรรยาบรรณวิชาชีพผู้บริหารการศึกษา/ผู้บริหารสถานศึกษา  ๒) ด้านประสบการณ์วิชาชีพผู้บริหารการศึกษา/ผู้บริหารสถานศึกษา ๓) ด้านผลการปฏิบัติงานตามข้อตกลงการปฏิบัติงาน โดยใช้กระบวนการ P4 ได้แก่ ๑) Performance Agreement ประเมินสาระสำคัญและความเป็นไปได้แล้วจัดทำข้อตกลงการปฏิบัติงาน ๒) Pre-assessment ประเมินก่อนการปฏิบัติงาน  ๓) Performing ประเมินระหว่างการปฏิบัติงาน  และ ๔) Post-assessment ประเมินหลังการปฏิบัติงาน
  • ยกร่างหลักเกณฑ์ฯ ด้วยการประเมินสมรรถนะ (TPK MODEL) สายงานการสอนและสายงานนิเทศการศึกษา ดังนี้ การประเมิน ๒ ด้าน คือ ๑) ทดสอบสมรรถนะ และ ๒) ผลการปฏิบัติงานที่ประสบผลสำเร็จ ได้แก่ ส่วนที่ ๑ ผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ประกอบด้วย ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (O-Net) คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน และส่วนที่ ๒ รายงานผลการปฏิบัติงานการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน โดยการจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนในลักษณะที่เป็นสาระนิพนธ์ ไม่เกิน ๒๐ หน้า

ที่มา : สำนักข่าวรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ

ครูมีเฮ…อนุมัติครูคืนถิ่น 10,174 ราย

ประสาน อ.ก.ค.ศ.เขตเร่งย้าย-จ้างครูสอนทดแทน 

   เมื่อวันที่ 30 เม.ย.55 นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) เปิดเผยความคืบหน้าโครงการครูคืนถิ่นให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ย้ายกลับภูมิลำเนา ซึ่งมียอดสมัครขอย้ายกลับถิ่นฐานเดิมจำนวน 20,717คนว่า ขณะนี้คณะกรรมการกลั่นกรอง7 คณะในแต่ละภูมิภาคได้พิจารณาการย้ายของข้าราชการครูที่สมัครขอย้ายกลับถิ่นฐานเสร็จแล้ว โดยสามารถพิจารณาให้ย้ายได้จำนวน 10,174 คน หรือประมาณ 50.34 % ซึ่งถือเป็นการย้ายข้าราชการครูครั้งใหญ่ของสถานศึกษา ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพราะโดยปกติแล้วการย้ายทั่วไปจะย้ายได้ประมาณ 19% เท่านั้น

ทั้งนี้ การย้ายครูคืนถิ่น แม้จะย้ายได้จำนวนมากตามเป้าหมายที่คาดไว้ แต่ก็ยังมีผลกระทบข้างเคียงบ้างเพราะการย้ายจะต้องกระทบกับโรงเรียนในบางกลุ่ม เช่น โรงเรียนที่มีสภาพการขาดแคลนอัตรากำลังครูอยู่แล้วจะต้องมีตัวช่วยตัวเสริม ซึ่ง สพฐ.จะมาดูในภาพรวมว่าโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบ และโรงเรียนที่ขาดอัตรากำลังครูขั้นวิกฤติเกิน 30% จะต้องหาอัตราเข้าไปเสริม โดยอาจจะเป็นครูอัตราจ้าง ส่วนโรงเรียนขนาดเล็กที่ขาดครูอยู่แล้วอาจจะมีปัญหารุนแรงมากขึ้น ซึ่งจะต้องมีเกณฑ์ขั้นต่ำว่าจะมีครูเข้าไปเสริมในส่วนที่ย้ายกลับภูมิลำเนาจำนวนเท่าไรเพื่อให้สามารถบริหารจัดการโรงเรียนได้

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า การย้ายข้าราชการครูกลับภูมิลำเนา จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2555 ซึ่ง สพฐ.จะต้องขอให้คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษาได้เข้าใจ และให้ความร่วมมือในนโยบายดังกล่าว เพราะท้ายที่สุดการย้ายครูคืนถิ่นต้องเสนอให้อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ เป็นผู้อนุมัติการย้ายตามที่คณะกรรมการการกลั่นกรอง 7 คณะได้พิจารณาไว้ โดยเร็วๆ นี้ สพฐ.จะประชุมทางไกลผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนส์กับ ผอ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และมัธยมศึกษา รวมทั้งประธาน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ  เพื่อทำความเข้าใจและชี้แจงในเรื่องการย้ายข้าราชการครูกลับภูมิลำเนาด้วย

ด้านนายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.ศึกษาธิกา กล่าวว่า ครูคืนถิ่นที่พิจารณาย้ายได้ 10,174 คน แบ่งเป็นการย้ายแทนตำแหน่งว่าง 1,827 คน สับเปลี่ยนบุคลากร 13 คู่ 26 คน และตัดโอนตำแหน่งและเงินเดือน 8,321 คน ซึ่งกรณีโรงเรียนที่มีครูคืนถิ่นย้ายออก จนกระทบอัตราครูผู้สอน จะให้ผู้อำนวยการสถานศึกษา สามารถหาครูอัตราจ้างมาสอนทดแทนได้เลย โดยจะให้ สพฐ.จัดหางบประมาณสนับสนุน เพื่อแก้ไขการขาดแคลนครู อย่างไรก็ตาม สิ่งที่อยากจะฝากให้เขตพื้นที่การศึกษา และ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ ร่วมกันดำเนินการคือการเร่งพิจารณาย้ายครูคืนถิ่นให้แล้วเสร็จทัน ก่อนเปิดภาคเรียนนี้

ที่มา :  สยามรัฐออนไลน์  1 พ.ค. 55

ผลการพิจารณาย้าย โครงการครูคืนถิ่น-รอสรุปผลรอบ 3 คาด มีครูคืนถิ่นได้ถึง 1 หมื่นคน

สพฐ.แจง กมธ.ศึกษา โครงการครูคืนถิ่น-ครูพันธุ์ใหม่ เผย รอสรุปผลรอบ 3 คาด มีครูคืนถิ่นได้ถึง 1 หมื่นคน จากที่ผ่านคัดเลือกกว่า 2 หมื่นคน ซึ่งเป็นอัตราย้ายสูงมาก พร้อมเผยปี 55 สพฐ.มีอัตรารองรับครูพันธุ์ใหม่เพียง 1,500 อัตรา จากนักศึกษาที่จบจากโครงการ 2,300 คน เล็งหารือร่วมกับ สกอ.หาทางออก

นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร เรื่องการดำเนินโครงการครูคืนถิ่น และโครงการครูพันธุ์ใหม่ ว่า ได้รายงานต่อที่ประชุมว่า ในส่วนของครูคืนถิ่นนั้น ได้มีข้าราชการครูแสดงความประสงค์ขอย้ายประมาณ 20,900 คน แต่เมื่อตรวจสอบคุณสมบัติ พบว่า มีผู้ผ่านหลักเกณฑ์ 20,200 คน และจากการดำเนินการกลั่นกรองจาก 7 คณะ ซึ่งแบ่งตามภูมิภาคในรอบที่ 1 และ 2 นั้น พบว่า สามารถที่จะย้ายครูได้ประมาณ 5,000 คน คิดเป็นร้อยละ 25 โดยในช่วงวันหยุดสงกรานต์ 13-16 เม.ย.นี้ จะมีการพิจารณาระหว่างภาค และหมุนข้ามเขตจังหวัดอีกครั้งในรอบที่ 3 ซึ่งคาดว่าน่าจะได้จำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 10,000 คน ทั้งนี้ สาเหตุที่ไม่สามารถย้ายครูได้ทั้งหมดนั้น เพราะติดหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่เราต้องพิจารณาด้วย อาทิ เรื่องครูขาด ครูเกิน หรือครูมีวุฒิไม่ตรงกับที่ต้องการ

 “ในปีนี้ถือว่าจำนวนครูที่จะสามารถย้ายได้มีอัตราที่สูงมาก ซึ่งคิดเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของคำร้องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพราะที่ผ่านมา การขอย้ายในช่วงปกติจะทำได้เพียงร้อยละ 19 เท่านั้น แต่ครั้งนี้สามารถย้ายได้มากขึ้น เนื่องจากมีการเกลี่ยและหมุนข้ามเขตจังหวัด ตลอดจนข้ามภาค แต่หากต้องการให้จำนวนครูที่จะสามารถย้ายได้มีอัตรามากขึ้นกว่านี้ ก็คงต้องมีตัวช่วยเข้ามาเพิ่ม เช่น ถ้ามีครูอัตราจ้างเพิ่มก็จะทำให้โรงเรียนที่มีครูขาดได้มีโอกาสย้ายด้วย” นายชินภัทร กล่าว

ที่มา :  ผู้จัดการออนไลน์

ปฏิทินการสอบบรรจุ “ครูผู้ช่วย” 2555

ที่ประชุม ก.ค.ศ.เห็นชอบร่างหลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้า รับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย และปฏิทินสอบแข่งขันประจำปี 2555…

ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ที่ประชุมเห็นชอบร่างหลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย และปฏิทินสอบแข่งขันประจำปี 2555 โดยกำหนดรายละเอียด อาทิ ให้ผู้ดำเนินการสอบแข่งขันตั้งคณะกรรมการเพื่อดำเนินการสอบได้ตามความเหมาะสม ให้ส่วนราชการดำเนินการออกข้อสอบ ตรวจกระดาษคำตอบ และประมวลผลการสอบ รวมทั้งกำหนดนโยบาย หรือแนวทางในการบริหารจัดการการสอบแข่งขัน และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้ดำเนินการสอบ

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังได้เห็นชอบปฏิทินการสอบแข่งขันตำแหน่งครูผู้ช่วยดังนี้

  • ประกาศรับสมัคร วันที่ 1-7 มิ.ย.
  • รับสมัครสอบแข่งขัน 8-14 มิ.ย.
  • สอบแข่งขัน วันที่ 23-24 มิ.ย. และ
  • ประกาศผลการสอบแข่งขัน ภายในวันที่ 30 มิ.ย.

สำหรับสอบแข่งขันจะมี 2 วัน โดยวันแรกสอบภาค ก. ความรอบรู้และความสามารถทั่วไป ความเข้าใจเกี่ยวกับความประพฤติและการปฏิบัติของวิชาชีพครู และความถนัดและเจตคติต่อวิชาชีพครู 200 คะแนน และวันที่ 2 สอบภาค ข. ความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่งวิชาเอก 200 คะแนน

ซึ่งการสอบภาค ก. และ ข. จะเป็นการสอบข้อเขียนเพื่อสอดรับกับนโยบายของ ก.ค.ศ.ที่เน้นความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ลดการใช้ดุลพินิจของกรรมการ ส่วนการกำหนดใช้บัญชีของผู้ที่สอบแข่งขันได้นั้น คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษา และ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้งในส่วนราชการสามารถเรียกใช้บัญชีดังกล่าวได้.

ที่มา :  ครูบ้านนอกดอทคอม

ยอดย้ายครูคืนถิ่นล็อตแรกแค่ 2 พัน เหตุ”วิชาเอก”ไม่ตรงโรงเรียนปลายทาง”สพฐ.”เล็งชงครม.ขอคืนอัตราเกษียณ

 เมื่อวันที่ 25  มีนาคม นายอนันต์ ระงับทุกข์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยความคืบหน้าโครงการครูคืนถิ่น ให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาย้ายกลับภูมิลำเนา ซึ่งมียอดสมัครขอย้ายกลับถิ่นฐานเดิมจำนวน 20,717 คนว่า ขณะนี้คณะกรรมการกลั่นกรอง 7 คณะ ในแต่ละภูมิภาคกำลังเร่งพิจารณา การย้ายของข้าราชการครูฯที่สมัครขอย้ายกลับถิ่นฐานอยู่ ซึ่งจะต้องเร่งพิจารณาให้เสร็จก่อนเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2555 ในเดือนพฤษภาคมนี้ ทั้งนี้ ปัญหาที่พบคือการขาดข้อมูลที่สมบูรณ์ในการพิจารณาของข้าราชการครูฯ ทำให้ต้องมีการทบทวนข้อมูลในบางส่วน และเมื่อพิจารณาเสร็จจะส่งเรื่องไปยังคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษาปลายทางที่ข้าราชการครูฯ ขอย้าย ไปนายอนันต์กล่าวว่า ตอนนี้คณะกรรมการกลั่นกรองฯพิจารณาย้ายเสร็จแล้วจำนวนหนึ่ง ซึ่งจะพยายามย้ายให้ได้มากที่สุด แต่ก็ยังติดปัญหาในเงื่อนไขต่างๆ เช่น กรณีข้าราชการครูฯที่ขอย้ายสอนในวิชาเอกที่ไม่ตรงกับความต้องการของโรงเรียนปลายทาง หรือโรงเรียนปลายทางไม่มีอัตราในวิชาเอกดังกล่าวรองรับ หากคณะกรรมการกลั่นกรองเห็นชอบ และเสนอไปที่ อ.ก.ค.ศ.เขตฯก็ไม่สามารถย้ายได้ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว หากเป็นข้าราชการครูฯที่มีความจำเป็นต้องย้ายจริงๆ อย่างกรณีต้องดูแลพ่อแม่ที่ป่วย แต่วิชาเอก และอัตราว่างไม่ตรง จะจัดให้ย้ายเป็นกรณีพิเศษ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะจัดอัตราเพิ่มไปให้โรงเรียนปลายทางภายหลัง นอกจากนี้ สพฐ.อาจจะใช้วิธีออกคำสั่งให้ไปช่วยราชการก่อนได้ 

“ส่วนที่ภายใน 5 ปีข้างหน้า จะมีครูเกษียณอายุราชการออกไปประมาณ 1 แสนคนนั้น ที่ผ่านมาเวลามีครูเกษียณ สพฐ.จะได้รับอัตราเกษียณคืนมาทั้งหมด เพื่อนำมาบรรจุแต่งตั้งทดแทน ซึ่งต่อไปก็คงต้องเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ออกเป็นหลักการว่าเมื่อมีการเกษียณอายุราชการ และการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด หรือเออร์ลี่ รีไทร์ ควรให้อัตราคืนมาให้หมด จะช่วยลดปัญหาการขาดแคลนครูได้อีกทางหนึ่ง” นายอนันต์กล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับการพิจารณาย้ายในโครงการครูคืนถิ่นนั้น ขณะนี้สามารถพิจารณาการย้ายได้เพียง 2,000 กว่าราย จากทั้งหมด 20,717 ราย ซึ่งก่อนหน้านี้นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการ กพฐ. ตั้งเป้าว่าจะต้องพิจารณาย้ายได้ประมาณ 50% หรือกว่า 10,000 คน 

ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน

ผลสอบ O-Net ม.6 ปีการศึกษา 2554

 สพฐ.ไม่ฟันธง คะแนน O-Net ต่ำลง สะท้อน นร.ไร้คุณภาพ ชี้ เด็กอาจไม่ตั้งใจสอบ เพราะไม่ได้เอาผลคะแนนไปใช้ เหตุมหา’ลัยนิยมรับตรง พร้อมมอบสำนักมัธยมปลายวิเคราะห์หาสาเหตุ 

กรณีสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ประกาศผลทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือ O-Net ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ประจำปีการศึกษา 2554 ซึ่งพบว่า คะแนนเฉลี่ยในปีนี้ลดลงอีกใน 5 วิชา จากทั้งหมด 8 กลุ่มวิชา ได้แก่ ภาษาไทย สังคมศึกษา วิทยาศาสตร์ สุขศึกษาและพลศึกษา และศิลปะ ส่วนวิชาที่คะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากปีการศึกษา 2553 ได้แก่ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ภาษาอังกฤษ และคณิตศาสตร์ เฉลี่ย 14.99 คะแนน นั้น

วันนี้ (26 มี.ค.) นายชินภัทร ภูมิรัตนเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กล่าวว่า ได้มอบให้สำนักบริหารงานการมัธยมศึกษาตอนปลาย ของ สพฐ.ไปวิเคราะห์ผลคะแนน O-Net ระดับชั้น ม.6 ปีการศึกษา 2554 หาสาเหตุว่า ทำไมคะแนน O-Net ใน 5 วิชาหลัก จึงลดลง อย่างไรก็ตาม คะแนน O-Net ในวิชาคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษดีขึ้น ส่วนตัวนั้นยังไม่ได้เห็นผลคะแนนอย่างเป็นทางการ เพราะติดราชการไปจังหวัดปัตตานี

ทั้งนี้ ตนไม่ได้ปฏิเสธผลคะแนน O-Net ดังกล่าว เพียงแต่อยากให้ข้อสังเกตุว่า การสอบ O-Net ระดับชั้น ม.6 นั้น ยังปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้แทรกซ้อนเข้ามาได้ ซึ่งอาจมีผลทำให้ผลคะแนน O-Net ออกมาต่ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในประเด็นเรื่องการรับตรง ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่มีโควตารับตรงจำนวนมาก บางแห่งก็ไม่ได้ใช้คะแนน O-Net ตรงนี้อาจทำให้นักเรียนบางส่วนไม่ตั้งใจทำข้อสอบ เพราะไม่ได้หวังนำคะแนน O-Net ไปใช้ประโยชน์ ต่างจากการสอบ O-Net ระดับชั้น ป.6 และ ม.3 ซึ่ง สพฐ.สามารถควบคุมปัจจัยแวดล้อมได้ดีกว่า อีกทั้งยังมีการนำผลคะแนน O-Net ไปใช้ในการสอบเข้าเรียนต่อระดับมัธยมศึกษา จึงทำให้นักเรียนตั้งใจทำข้อสอบ ขณะเดียวกัน ผลคะแนน O-Net ของนักเรียนก็มีผลต่อการพิจารณาความดีความชอบของครูผู้สอนและผู้บริหารสถานศึกษาด้วย

อนึ่ง สำหรับคะแนน O-Net ชั้น ม.6 ประจำปี 2553 ใน 8 วิชา มีค่าเฉลี่ยดังนี้ ภาษาไทย เฉลี่ย 41.88 คะแนน สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เฉลี่ย 33.39 คะแนน ภาษาอังกฤษ เฉลี่ย 21.80 คะแนน คณิตศาสตร์ เฉลี่ย 22.73 คะแนน วิทยาศาสตร์ เฉลี่ย 27.90 คะแนน สุขศึกษาและพลศึกษา เฉลี่ย 54.61 คะแนน ศิลปะ เฉลี่ย 28.54 คะแนน การงานอาชีพและเทคโนโลยี เฉลี่ย 48.72 คะแนน

ที่มา :  ผู้จัดการออนไลน์

สทศ.ประกาศผลสอบโอเน็ต ม.6 แล้ว เด็กทำคะแนนมากขึ้น 3 วิชา ลดลง 5 วิชา

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม นายสัมพันธ์ พันธุ์พฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เปิดเผยว่า หลังจากที่ สทศ.ได้ดำเนินการจัดการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต ระดับช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยมีกำหนดการจะประกาศผลสอบในวันที่ 10 เมษายนนั้น ทางสทศ.ขอแจ้งว่า ได้ประกาศผลสอบโอเน็ต ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เร็วขึ้นจากเดิมที่กาหนดไว้ โดยได้ประกาศผลสอบต้ังแต่วันพฤหัสบดีที่ 22 มีนาคม  เวลา 23.00 น. นั้นนักเรียนสามารถดูผลคะแนนสอบโอเน็ต ได้ที่เว็บไซต์ สทศ. www.niets.or.th

สาหรับนักเรียนที่ต้องการตรวจสอบกระดาษคำตอบโอเน็ต มัธยมศึกษาปีที่ 6 ของตนเองสามารถยื่นคำร้องขอตรวจสอบกระดาษคำตอบได้ต้ังแต่ วันที่ 28 มีนาคม ถึง 1 เมษายน หากเลยกำหนดการรับยื่นคำร้อง สทศ.จะไม่รับการยื่นคำร้องในภายหลัง

รายงานข่าวแจ้งสำหรับคะแนนเฉลี่ยทั่วประเทศใน 8 กลุ่มวิชาที่สอบจากคะแนนเต็มวิชาละ 100 มีดังนี้ ภาษาไทย เฉลี่ย 41.88 คะแนน สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 33.39 คะแนน ภาษาอังกฤษ 21.80 คะแนน คณิตศาสตร์ 22.73 คะแนน วิทยาศาสตร์ 27.90 คะแนน สุขศึกษาและพลศึกษา 54.61 คะแนน ศิลปะ 28.54 คะแนน การงานอาชีพและเทคโนโลยี 48.72 คะแนน

ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับคะแนนในปีการศึกษา 2553 พบว่าคะแนนเฉลี่ยในปีนี้ ลดลงใน 5 วิชา ได้แก่ ภาษาไทย คะแนนปีการศึกษา 2553 เฉลี่ย 42.61 คะแนน สังคมศึกษา 46.51 คะแนน วิทยาศาสตร์ 30.90 คะแนน สุขศึกษาและพลศึกษา 62.86 คะแนน ศิลปะ 32.62 คะแนน ส่วนวิชาที่คะแนนเพิ่มขึ้นได้แก่ การงานอาชีพและเทคโนโลยี คะแนนปีการศึกษา 2553 เฉลี่ย 43.69 คะแนน ภาษาอังกฤษ 19.22 คะแนน คณิตศาสตร์ 14.99 คะแนน

ที่มา :  มติชนออนไลน์

ยกเลิกขั้นตอนสัมภาษณ์ “ครูผู้ช่วย” ใช้ข้อสอบปรนัยชุดเดียวกันทุกเขตพื้นที่ฯ รับสมัคร 31มี.ค.

“สุชาติ” เคาะเกณฑ์การสอบบรรจุ “ครูผู้ช่วย” ใช้ข้อสอบปรนัยชุดเดียวกันทุกเขตพื้นที่ฯ สกัดทุจริต

เมื่อวันที่ 8 นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยถึงกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.) จะเสนอให้พิจารณาหลักเกณฑ์เรื่องการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย ประจำปี 2555ว่า ได้พิจารณาในหลักเกณฑ์เบื้องต้นแล้วว่า การสอบบรรจุเป็นครูผู้ช่วย จะใช้ข้อสอบแบบปรนัยเดียวกันทั้งหมดทุกเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ที่เปิดสอบ โดยจะให้สถาบันที่น่าเชื่อถือเป็นผู้ออกข้อสอบให้ และให้จัดสอบพร้อมกัน ณ ศูนย์สอบที่กำหนดไว้ทั่วประเทศ 

สำหรับตัวข้อสอบได้เน้นย้ำไปว่าควรจะต้องเป็นข้อสอบที่เป็นวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ข้อสอบที่ใช้ดุลพินิจ โดยเชื่อว่าจะป้องกันปัญหาต่างๆ ในอดีตได้ เช่น กรณีที่การแยกสอบของแต่ละเขตพื้นที่ฯ ที่ต่างคนต่างออกข้อสอบ ก็จะมีเรื่องร้องเรียน มีการซื้อขายข้อสอบหรือจ่ายเงินจ่ายทองได้ บางเขตพื้นที่ฯ ตอนเที่ยงคืนก่อนสอบ 1 วัน ก็จะเอาข้อสอบมาให้กับคนที่จ่ายเงิน สิ่งเหล่านี้จะต้องแก้ไขไม่ให้เกิดขึ้นอีก ดังนั้นการสอบในปี 2555 จะต้องโปร่งใส เท่าเทียม และเป็นธรรม 

“การสอบนั้น ผมต้องการให้สอบพร้อมกันในวันเดียวกัน ข้อสอบเดียวกัน ต่อไปใครจะไปแอบซื้อข้อสอบก็คงไม่ได้ หรือจะให้ใครไปสอบแทนก็ไม่ได้ ผมจะให้มีผู้อำนวยการ ที่ดูแลการสอบในแต่ละศูนย์สอบเพื่อดูแลความเรียบร้อย”

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวและว่า หลังจากการสอบจะไม่ให้มีการสอบสัมภาษณ์เหมือนที่ผ่านมา สอบเสร็จก็จะให้มีการขึ้นบัญชี เพื่อรอการบรรจุและแต่งตั้งเป็นครูผู้ช่วยในทันที เพราะขั้นตอนการสัมภาษณ์นั้นอาจจะมีการเรียกรับเงินรับทองกันได้ ดังนั้นจึงควรต้องยกเลิกไป อย่างไรก็ตามแนวโยบายดังกล่าวในการสอบครูผู้ช่วยนี้หากใครไม่เห็นด้วยก็สามารถโต้แย้งหรือแสดงความเห็นมาที่ตนได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ตาม ปฏิทินการสอบที่สำนักงาน ก.ค.ศ.กำหนดไว้นั้นจะเปิดรับสมัครสอบครูผู้ช่วย วันที่ 31 มี.ค.55 ถึงต้นเดือน เม.ย.55 และจะสอบแข่งขันประมาณวันที่ 26-27 เม.ย.55 ซึ่งทั้งหมดนี้จะต้องรอให้ รมว.ศึกษาธิการ เห็นชอบอีกครั้งหนึ่ง

ที่มา :  ครูบ้านนอก