Category Archives: ข่าว

เผยแพร่ผลงาน Best Practice คุณครูอุไลวรรณ แสนทวี

ก.พ.ชง1.2หมื่น ล. ปรับเงินขรก. เลื่อนไป 1ม.ค.57

สำนักงานคณะกรรมการ ก.พ.เคาะชงที่ประชุม ครม. 10 เม.ย. ทุ่มงบเพิ่ม 1.2 หมื่นล้าน เลื่อนขึ้นเงินเดือนปริญญาตรี 15,000 บาทไปอีก 2 ปี เริ่ม 1 ม.ค.57 แรกบรรจุสตาร์ต 15,000 บาท ส่วน พนง.ราชการขยับตามขึ้น 20, 30%…

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 10 เม.ย.นี้ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เสนอให้ ครม.พิจารณาให้ความเห็นชอบ การปรับปรุงค่าตอบแทนข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ : การปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุและการปรับเงินเดือนชดเชย ภายหลังจากที่มีมติ ครม.เมื่อวันที่ 31 ม.ค. 2555 เห็นชอบให้ปรับเงินเดือนแรกบรรจุตามคุณวุฒิการศึกษาของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐในปีที่ 1 ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2555 ให้ผู้มีคุณวุฒิตั้งแต่ระดับปริญญาตรีขึ้นไปได้รับเงินเดือนแรกบรรจุ รวมกับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวจะมีรายได้ไม่น้อยกว่า 15,000 บาท และวุฒิต่ำกว่าปริญญาตรีได้รับการปรับรายได้เพิ่มขึ้นตามระดับวุฒิการศึกษาเช่นเดียวกัน รวมทั้ง การชดเชยให้ผู้ได้รับผลกระทบ โดยให้มีผลใช้บังคับไปพร้อมกัน

โดย ครม.อนุมัติหลักการให้ใช้จ่ายงบประมาณเพื่อการปรับปรุงค่าตอบแทนดัวกล่าว วงเงิน 1.8 หมื่นล้านบาท และได้มอบหมายให้นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมกับสำนักงาน ก.พ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปพิจารณาการปรับให้บรรลุเป้าหมายตามนโยบายรัฐบาล โดยคำนึงถึงสภาวะเศรษฐกิจและสถานะการเงินการคลังของประเทศ และผลกระทบต่อการจ้างงานของเอกชน ซึ่งสำนักงาน ก.พ.ได้มีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.พ.แล้วเมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2555

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แนวทางดำเนินการที่ได้ปรับปรุงใหม่ ในส่วนของข้าราชการพลเรือนสามัญ กำหนดอัตราเงินเดือนแรกบุรรจุให้บรรลุเป้าหมายตามนโยบายรัฐบาลในอีก 2 ปีถัดไป โดยให้อัตราเงินเดือนแรกบุรรจุขั้นต่ำของวุฒิปริญญาตรีในปีที่ 2 (ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2557) เท่ากับ 15,000 บาท ปีที่ 1 (ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2556) เท่ากับ 13,300 บาท วุฒิ ปวส.ปีที่ 2 เท่ากับ 11,500 บาท ปีที่ 1 เท่ากับ 10,200 บาท (วุฒิ ปวส.คงความแตกต่างของเงินเดือนกับวุฒิปริญญาตรี) และวุฒิ ปวช. ปีที่ 2 เท่ากับ 9,400 บาท และปีที่ 1 เท่ากับ 8,300 บาท (วุฒิ ปวช.คงความแตกต่างของเงินเดือนกับวุฒิ ปวส.) และกำหนดอัตราเงินเดือนแรกบรรจุขั้นต่อของคุณวุฒิอื่นให้สอดคล้องกับอัตราความแตกต่างระหว่างคุณวุฒิต่างๆ ที่กำหนดไว้เดิม

โดยสรุปอัตราค่าตอบแทนแรกบรรจุเมื่อปรับใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2556 วุฒิ ปวช. 8,300 บาท ปวส. 10,200 บาท ปริญญาตรี 13,300 บาท ปริญญาโท 16,400 บาท ปริญญาเอก 20,000 บาท และตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2557 วุฒิ ปวช. 9,400 บาท ปวส. 11,500 บาท ปริญญาตรี 15,000 บาท ปริญญาโท 17,500 บาท ปริญญาเอก 21,000 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นอกจากนี้ ให้ปรับเงินเดือนชดเชยให้ผู้ได้รับผลกระทบ 2 ครั้ง ให้มีผลใช้บังคับพร้อมกับการปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุในปีที่ 1 และปีที่ 2 โดยปรับเงินเดือนชดเชยให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายผู้เข้ารับราชการในตำแหน่ง ระดับแรกบรรจุก่อนวันที่อัตราเงินเดือนแรกบรรจุที่ปรับใหม่ มีผลใช้บังคับ อย่างน้อย 10 ปี (มีอายุราชการตั้งแต่ 1 วันถึง 10 ปีโดยประมาณ) ส่วนข้าราชการประเภทอื่นและเจ้าหน้าที่ของรัฐให้ฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการบริหารงานบุคคลของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐแต่ละประเภท นำเสนอคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องให้ความเห็นชอบในรายละเอียดการของปรับในแนวทางเดียวกัน และนำเสนอ ครม.พิจารณาอนุมัติให้ใช้งบประมาณประจำปี 2556-2557 ก่อนดำเนินการบังคับใช้ต่อไป

คาดว่าจะใช้งบประมาณเพื่อการปรับเงินเดือนแรกบรรจุ และการปรับเงินเดือนชดเชยผู้ได้รับผลกระทบของข้าราชการทุกประเภทและเจ้าหน้าที่ของรัฐ สำหรับการดำเนินการในปีที่ 1 (ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2556) เพิ่มขึ้นประมาณ 5,010 ล้านบาท และสำหรับการดำเนินการในปีที่ 2 (ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2557) เพิ่มขึ้นประมาณ 7,135 ล้านบาท

นอกจากนี้ ทางคณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ (คพร.) ยังได้เสนอให้ ครม.พิจารณาให้ความเห็นชอบการปรับค่าตอบแทนแรกบรรจุ และการชดเชยผู้ได้รับผลกระทบของพนักงานราชการ เพื่อปรับเงินเดือนแรกบรรจุของพนักงานราชการให้สอดคล้อง เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลด้วยเช่นกัน โดยนำบัญชีอัตราเงินเดือนแรกบรรจุของข้าราชการพลเรือนสามัญเป็นฐานการคำนวณ กำหนดค่าตอบแทนแรกบรรจุพนักงานราชการกลุ่มทั่วไปบวกเพิ่มอีก 20% จากอัตราแรกบรรจุข้าราชการ ส่วนกลุ่มงานวิชาชีพเฉพาะให้บวกเพิ่ม 30% และปรับวุฒิการศึกษาอื่นๆ ให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน

ทั้งนี้ เสนอขอนุมัติงบประมาณดำเนินการปรับค่าตอบแทนแรกบรรจุ การชดเชยผู้ได้รับผลกระทบของพนักงานราชการ และเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราว จำนวน 137,129 คน โดยต้องใช้งบฯ ปีงบประมาณ 2556-2557 รวมทั้งสิ้นจำนวน 6,634 ล้านบาท.

 

 

ที่มา : ครูบ้านนอกดอทคอม

ประกาศสนับสนุนทุนโครงการสร้างเสริมสุขภาพ ปี 2555

การเปิดรับข้อเสนอโครงการปี 2555

            ปีงบประมาณ 2555  สสส. เปิดรับข้อเสนอโครงการตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2554 –30 มิถุนายน 2555  โดยกำหนดระยะเวลาในการพิจารณาตามขนาดวงเงินที่เสนอ ดังนี้

เปิดรับข้อเสนอโครงการตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2554 – 30 มิถุนายน 2555

ขนาดโครงการ (งบประมาณที่เสนอ)

ระยะเวลาพิจารณา

ไม่เกิน 200,000 บาท

30 วัน ทั้งนี้ไม่เกิน 60 วัน นับจากวันที่ สสส.ได้รับโครงการ

200,001 – 500,000 บาท

45 วัน ทั้งนี้ไม่เกิน 90 วัน นับจากวันที่ สสส.ได้รับโครงการ

มากกว่า 500,000 บาท

60 วัน ทั้งนี้ไม่เกิน 120 วัน นับจากวันที่ สสส.ได้รับโครงการ
หมายเหตุ  :  สสส. จะพิจารณาโครงการตามลำดับวันที่ สสส. ได้รับโครงการ และภายในวงเงินที่กำหนดไว้ในแต่ละปีงบประมาณเท่านั้น
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม :
สำนักสร้างสรรค์โอกาสและนวัตกรรม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
โทรศัพท์
02-2980500 ต่อ 1111-1116, 1118-1119
โทรสาร
02-2980499
Website
สำหรับการสนับสนุนทุนโครงการประเภทอื่นๆ  สามารถติดต่อขอรับแบบเสนอโครงการ ดังนี้
*** โครงการออกกำลังกายและกีฬาเพื่อสุขภาพ
        โทร. 02-2980500 ต่อ 1712 
*** แผนงานทุนอุปถัมภ์ (Sponsorship)
        โทร. 02-2980500 ต่อ 1902, 1212
*** โครงการวิจัย (เปิดรับปีละ 1 ครั้ง) 
        โทร. 02-2980500 ต่อ 1111-1116, 1118-1119
ที่มา : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

“เงินเดือน ป.ตรี 15,000บ.” ใครได้บ้าง?

ดร.รังสรรค์ มณีเล็ก ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สพฐ. เปิดเผยผ่าน จดหมายเปิดผนึกฉบับที่ 2/2555 เกี่ยวกับ การขึ้นเงินเดือนใหม่ ดังนี้

การขึ้นเงินเดือนใหม่ 

ในการติดตามเรื่องเงินเดือนใหม่ 15,000 บาท เราต้องศึกษาข้อมูลให้รอบด้าน เพราะถ้าหยิบข้อมูลจากแหล่งใดแหล่งหนึ่งมาไม่ครบก็จะทำให้เข้าใจผิดได้ ก็เป็นที่ชัดเจนแล้วครับว่า คณะรัฐมนตรี มีมติให้ขึ้นเงินเดือนสำหรับผู้ที่จบปริญญาตรี และต่ำกว่าปริญญาตรี ตั้งแต่ 1 มกราคม 2555 โดยให้ได้เงินเดือนบวกค่าครองชีพ เท่ากับ 15,000 บาท/12,285 บาท/9,000 บาท แล้วแต่กรณี กระทรวงการคลังก็ออกระเบียบมาหนึ่งฉบับ ว่าด้วยการจ่ายเงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราวของข้าราชการและลูกจ้างประจำส่วนราชการ ถึงแม้ว่าชื่อระเบียบฯ จะระบุว่าเป็นข้าราชการและลูกจ้างประจำ แต่ในระเบียบฯ ก็ให้หมายรวมถึง ลูกจ้างชั่วคราวด้วย ขั้นตอนก็คือ ต้นสังกัดต้องออกคำสั่ง และทำเรื่องเบิกเงินจากกรมบัญชีกลางและคลังจังหวัด สำหรับข้าราชการพนักงานราชการและลูกจ้างที่อยู่ในส่วนกลางและต่างจังหวัดตามลำดับ จากการที่ได้หารือกับหน่วยงานบริหารบุคคล ก็ทราบว่า

ถ้าเป็นข้าราชการพลเรือนก็ดำเนินการได้เลย ถ้าเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ต้องออกกฎ ก.ค.ศ. และนำเข้า ค.ร.ม. ถ้าเป็นลูกจ้างชั่วคราวต้องขอตกลงกับกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ขณะนี้สำนักนโยบายและแผนฯ สพฐ.ได้ทำเรื่องขอตกลงไปยังกรมบัญชีกลางกระทรวงการคลังแล้ว สำหรับปริญญาตรีขอเป็น 15,000 บาท ประกอบด้วยครูแก้ปัญหาขาดครูวิกฤต/อัตราจ้างที่ สพท./ครูในโครงการพระราชดำริ/ครูธุรการ/Labboy/ครูสาขาขาดแคลน/ครูวิทย์-คณิต/วิทยากรอิสลาม สำหรับอัตราจ้างที่เหลือขอเป็น 9,000 บาท ประกอบด้วย นักการภารโรง/พนักงานพิมพ์ดีด/พนักงานขับรถ/รักษาความปลอดภัย/พนักงานทำความสะอาด/ครูวุฒิ ปวช. ปวส./พี่เลี้ยงเด็กพิการ/ครูดูแลเด็กพักนอน อัตราจ้างดังกล่าวนี้ รวมทั้งสิ้น 65,172 คน ใช้งบดำเนินงานจาก สพฐ. จ่ายให้ สำหรับอัตราจ้างที่ สพท. และโรงเรียนจ้างเองนั้น สพท.และโรงเรียนต้องหางบประมาณจ่ายให้น้องๆ เหล่านั้นเอง ซึ่งเป็นเรื่องน่าเห็นใจทั้ง สพท./โรงเรียน ซึ่งลำบากที่จะต้องหาเงินไปจ่ายเพิ่มให้น้องๆ และเห็นใจอัตราจ้าง ที่เพื่อนๆ เขาได้กันแล้วตัวเองอาจจะไม่ได้ ทั้งข้าราชการและลูกจ้างประจำ/ชั่วคราว ทั้งหมดทุกคน คงได้รับเงินตกเบิกเงินเดือนใหม่ในช่วง มีนาคม 2555 ส่วนข้าราชการเก่า ทราบมาอย่างไม่เป็นทางการว่าจะมีการปรับเงินเดือนอีกรอบหนึ่ง

น้องๆ หลายเขตแจ้งในกระทู้ว่าได้เงิน 15,000 บาทแล้ว ผมเข้าใจว่าคงเป็นการเตรียมการของเขตพื้นที่ มากกว่าสพฐ. ยังไม่ได้สั่งการให้เขตดำเนินการใดๆ เลยครับ เนื่องจากมีขั้นตอนที่ต้องดำเนินการตามที่เรียนมาตั้งแต่ต้น คำถามที่ถามบ่อยมาก ว่า ครูพี่เลี้ยงจะได้ 15,000 บาทไหม อัตราจ้างที่เขตและโรงเรียนจ้างเองจะได้ 15,000 บาทไหม คงได้คำตอบแล้วนะครับ

 

ที่มา http://210.246.188.61/ewtadmin/ewt/demo_0850/ewt_news.php?nid=844&filename=index_plan

ม.ขอนแก่นเจ๋ง! วิจัยใช้ได้จริง “เจลพริก” แก้ปวด คลายกล้ามเนื้อ

มหาวิทยาลัย ขอนแก่น เป็นอีกหนึ่งมหาวิทยาลัยที่กำลังก้าวขึ้นไปสู่มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ ภารกิจของมหาวิทยาลัยส่วนหนึ่ง ก็คือการนำงานวิจัยมาเผยแพร่และพัฒนาสู่เชิงพาณิชย์ โดยมีสำนักงานอุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นตัวกลางในการต่อยอดงานวิจัยออกสู่เชิงพาณิชย์

นางสาวสุจิตราภรณ์วงษ์ศรีแก้ว ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ สำนักงานอุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่นกล่าวถึงบทบาทของอุทยานวิทยาศาสตร์และความสำเร็จของการต่อยอดธุรกิจไว้ได้น่าสนใจ

โดยล่าสุดมีผลิตภัณฑ์จากการวิจัยได้นำไปต่อยอดพัฒนาใช้ได้จริงและวางจำหน่ายแล้วหนึ่งในนั้นคือ “เจลพริก” ยาแก้ปวด ช่วยคลาย

“capsika jel เจลพริกยาแก้ปวดช่วยในการคลายกล้ามเนื้อ เป็นการ ถ่ายทอดเทคโนโลยีโดยตรงคือเป็นงานวิจัยของนักวิจัยซึ่งได้คิดค้นวิจัยพันธุ์พริกที่เผ็ดมากกว่าชนิดอื่น คือพันธุ์ “ยอดสน-80″ขณะนี้มีผู้ประกอบการ นำไปผลิตและจำหน่ายเรียบร้อยแล้วสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป

ในกรณีของ capsika jelภาคเอกชนจะซื้อเมล็ดพันธุ์พริกยอดสน-80 จาก นักวิจัยให้เกษตรกรปลูกซึ่งทางบริษัทรับซื้อผลผลิตและผลิตเป็นตัวยาแต่เพียงผู้เดียวโดยมีสัญญาระหว่างนักวิจัยกับเอกชนเป็นเวลา5 ปีขณะนี้บริษัทดำเนินการผลิตและจำหน่ายมาแล้ว1 ปี”

“สุจิตราภรณ์” บอกว่าบทบาทประการแรกของมหาวิทยาลัย คือการนำเอางานวิจัยของมหาวิทยาลัยไปเผยแพร่สู่ผู้ประกอบการ พูดง่ายๆเอางานวิจัยไปหาผู้ประกอบการ

เป็นแมวมองนำงานวิจัยที่อยู่ในมหาวิทยาลัยและมีความพร้อมในระดับหนึ่งมาจับคู่ธุรกิจกับผู้ประกอบการที่สนใจหรือนำผู้ประกอบการมาหางานวิจัย

โดยที่ผ่านมาผู้ประกอบการนำงานวิจัยไปใช้แล้วถึง 24 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการในกลุ่มอาหาร โดยเฉพาะขนมไทยราว 10 ราย ที่เหลือคือผู้ประกอบการ และงานวิจัยในกลุ่มเครื่องสำอางจากสมุนไพรธรรมชาติ

“ตัวอย่างที่ผู้ประกอบการเดินเข้า มาหาเรา ก็คือกรณีของน้ำขิงซึ่งเป็นสูตรตกทอดกันมาทางผู้ประกอบการต้องการจะพัฒนาให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานทานได้ เช่นพัฒนาเป็นน้ำขิงชูการ์ฟรี”

อีกโมเดล คือผู้ประกอบการไม่มีพื้นฐานแต่มีโจทย์ที่ชัดเจน เข้ามาใช้พื้นที่และนักวิจัยของเราในการพัฒนา

“โปรแกรมช่วยจัดวางของในตู้คอนเทนเนอร์” เป็นผู้ประกอบการที่ ขาดทักษะแต่เข้าร่วมพัฒนากับทางมหาวิทยาลัย ทางมหาวิทยาลัยก็ช่วยในการบ่มเพาะจนปัจจุบันสามารถก่อตั้งเป็นบริษัท ถือเป็นรายที่ประสบความสำเร็จเป็นผู้จุดประกายให้ผู้ประกอบการคนอื่น ๆ สำหรับธุรกิจนี้จำหน่ายมาเกือบ 2ปี มีการอัพเกรดเวอร์ชั่นใหม่ เจาะกลุ่มลูกค้าบริษัทชิปปิ้ง”

นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยและนวัตกรรมอื่น ๆที่ทางมหาวิทยาลัยขอนแก่นหาผู้ประกอบการมาพัฒนาต่อยอด บางรายอยู่ในขั้นที่กำลังมองหาโรงงานอุตสาหกรรมมารับช่วงการผลิต

“เช่นเครื่องเคลือบเมล็ดพันธุ์ ซึ่งทางมหาวิทยาลัยช่วยในการวิจัยเครื่องเคลือบให้สามารถเคลือบได้ทั่วเมล็ด เพื่อป้องกันความชื้นและเชื้อราโดยเน้นกลุ่มสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกรขนาดย่อมเครื่องเคลือบขนาดเล็กสามารถเคลือบได้ครั้งละไม่เกิน 5 กิโลกรัมส่วนเครื่องขนาดใหญ่เหมาะสำหรับบริษัทหรือโรงงานที่ต้องการผลิตในปริมาณมากซึ่งต้องการสร้างเอกลักษณ์ให้กับสินค้าตนโดยเครื่องเคลือบสามารถกำหนดสีของเมล็ดพันธุ์ของตัวเองได้

เป็นงานวิจัยของทางมหาวิทยาลัยที่รับเป็นที่ปรึกษาให้กับหจก.เทคโนภัณฑ์ซึ่งนำไปพัฒนาและจำหน่ายไปกว่า 10 เครื่อง โดยจำหน่ายเครื่องละ 6หมื่นบาทถึง 4 แสนบาท”

ผลิตภัณฑ์อื่นๆที่น่าสนใจ อาทิ

“ครีมนวดสลายเซลลูไลท์” เป็นครีมที่ทำจากกาแฟ ไพล ขณะนี้อยู่ในระหว่างการมองหาผู้ผลิตเพราะแม้ว่าจะทดลองแล้วเกิดผลดี แต่ผู้ผลิตต้องยอมรับความเสี่ยงที่จะมีคู่แข่งทั้งทางตรงและทางอ้อมจำนวนมาก อย่างไรก็ดีจุดเด่นของผลิตภัณฑ์อยู่ที่เป็นผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรธรรมชาติซึ่งตลาดที่น่าสนใจก็คือขายส่งให้กับร้านสปาต่างๆ”

โดยงานวิจัยชิ้นหนึ่ง นักวิจัยจะได้ค่าตอบแทนในสัดส่วน 70% และ ทางมหาวิทยาลัย 30%ซึ่งระยะเวลาของสัญญาระหว่างมหาวิทยาลัย กับภาคเอกชน หรือนักวิจัยกับภาคเอกชน ในการนำเอาผลิตภัณฑ์ไปผลิตและจำหน่ายอยู่ระหว่าง 3-5ปี หรือแล้วแต่ทั้งสองฝ่ายจะตกลงกัน

โดยกระบวนการหรืออัตราค่าตอบแทนในระบบนี้ จะเป็นกระบวนการที่ช่วยกระตุ้นให้นักวิจัยผู้ประกอบการมีแรงจูงใจในการคิดและนำเอางานวิจัยเหล่านี้ไปต่อยอดกับธุรกิจที่มีอยู่หรือพัฒนาธุรกิจใหม่ออกมาโดยมีมหาวิทยาลัยเป็นตัวช่วยเหลืออีกทางหนึ่งด้วย

…………

(ที่มา:ประชาชาติธุรกิจออนไลน์)

 

คนร้อง วธ.“ซิมซิมิ” แชตหยาบคาย “สุกุมล” วอนใช้คำสุภาพสื่อสาร

“ซิมซิมิ” ฮิตไม่นาน ถูกประชาชน ร้อง วธ.ตรวจสอบโปรแกรม “ซิมซิมิ” แชตหยาบคาย ห่วงเด็ก เยาวชน ใช้ในทางไม่เหมาะสม ด้าน “สุกุมล” สั่งการสำนักเฝ้าระวังหาต้นตอระบบ พร้อมประสานไอซีที เตือนผู้ใช้ต้องเล่นให้พอเหมาะพอควรอย่างสนุกจนเกินไป

วันนี้ (2 ก.พ.) นางสุกุมล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่ขณะนี้กระแสข่าวเรื่องการใช้โปรแกรมซิมซิมิ (simsimi) ในโทรศัพท์ระบบไอโฟน ไอแพด พีซี และระบบแอนดรอยกำลังเป็นนิยม ซึ่งรูปแบบของโปรแกรมคล้ายกับการถามตอบเพื่อความสนุกสนานนั้น ล่าสุด ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนแล้วว่า โปรแกรมดังกล่าว มีการสนทนากันอย่างไม่สุภาพบางคำมีการต่อว่าด่าทอกันด้วยคำหยาบคาย ซึ่งตนเห็นว่า เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม จึงอยากจะเตือนผ่านประชาชนให้ช่วยกันใช้โปรแกรมดังกล่าวอย่างสุภาพ เนื่องจากตนเห็นว่า ซิมซิมิ เป็นโปรแกรมที่มีประโยชน์ในการใช้ติดต่อสื่อสารระหว่างกัน ในขณะเดียวกัน ตนห่วงว่า ปัจจุบันมีเด็กใช้โทรศัพท์ที่สามารถดาวน์โหลดโปรแกรมซิมซิมิได้เป็นจำนวนมากจึงไม่อยากให้ใช้โปรแกรมเพื่อความสนุกสนามจนลืมความเหมาะสม ทั้งนี้ ตนได้สั่งการให้สำนักเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม ดำเนินการตรวจสอบ โปรมแกรมซิมซิมิ ว่า มีต้นตอมาจากที่ใด และอยากให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) ช่วยประสานเจ้าของระบบให้มีการตรวจสอบการใช้ภาษาในการเล่นของสมาชิก

  ด้านนส.ลัดดา ตั้งสุภาชัย ผอ.สำนักเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม กล่าวว่า ในเบื้องต้นตนทราบว่า โปรแกรมดังกล่าวมาจากสาธารณรัฐเกาหลีใต้ และระบบจะมีการตรวจสอบคำที่ไม่เหมาะสม ส่วนในประเทศไทย ระบบดังกล่าวจะไม่มีการตรวจสอบคำ มีเพียงการเตือนกันเองว่า เป็นคำที่ไม่เหมาะสมเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ตนจะประสานกับกระทรวงไอซีที ให้ช่วยดูแลเรื่องดังกล่าว หรือแจ้งไปยังเจ้าของระบบในประเทศไทยให้ช่วยมีระบบคัดกรองคำเหมือนเกาหลีใต้ด้วย รวมทั้งอยากเตือนเด็กและเยาวชนของเราให้ใช้โปรแกรมนี้อย่างเหมาะสม การไปห้ามคงยาก เพราะเป็นระบบออนไลน์ทั่วโลก แต่อยากให้เล่นอย่างถูกต้อง โปรแกรมจะเกิดประโยชน์ในการใช้งานมากกว่านี้สำหรับโปรแกรมซิมซิมิ เป็นโปรแกรมที่สามารถดาวน์โหลดได้ทั่วไป โดยผู้เล่นสามารถเล่นซิมซิมิได้ทันที โดยไม่ต้องมีการลงทะเบียน แต่ผู้ที่จะเข้าไปสอนจะต้องลงทะเบียนว่า อยู่ในประเทศไหน เบอร์โทร.อะไร โดยที่ไม่ต้องมีการกำหนดหรือถามเรื่องอายุแต่อย่างใด

ที่มา :  ผู้จัดการออนไลน์

โฉมหน้า! คณะรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ 2

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (18 ม.ค.)นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่แล้ว โดยมีการปรับรัฐมนตรีเดิมออก 10 คน และสลับตำแหน่งอีก 6 คน รวมการปรับเปลี่ยนครั้งนี้ 16 ตำแหน่ง

๑. ให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้

พลตำรวจเอก โกวิท วัฒนะ รองนายกรัฐมนตรี พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี

นางสาวกฤษณา สีหลักษณ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี

พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี

นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี

นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี

พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี

นายกิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี

นางบุญรื่น ศรีธเรศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี

นายสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี

นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี

นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี

๒. ให้แต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา เป็นรองนายกรัฐมนตรี

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

นางนลินี ทวีสิน เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

นายศักดา คงเพชร เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

หม่อมราชวงศ์พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๑๘ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๕ เป็นปีที่ ๖๗ ในรัชกาลปัจจุบัน

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

นายกรัฐมนตรี

ในหลวงพระราชทาน พรปีใหม่ 2555

ขรก.-ลูกจ้างเฮ รับเงินเดือน 15,000 บาทเป็นของขวัญปีใหม่ 1 มค. 55

เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. นายรังสรรค์  ศรีวรศาสตร์ กรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า นโยบายรัฐบาลเรื่องการปรับรายได้ให้แก่บุคลากรภาครัฐ โดยเฉพาะผู้ที่จบปริญญาตรีเมื่อเข้าทำงานในระบบราชการควรมีรายได้ขั้นต่ำอย่างน้อย 15,000 บาทต่อเดือนนั้น ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการนำเสนอร่างระเบียบเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวของข้าราชการและลูกจ้างประจำ ล่าสุดได้มีการยืนยันร่างระเบียบดังกล่าว ไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2554 ซึ่งคาดว่ากระทรวงการคลังจะประกาศให้มีผลบังคับใช้ตามที่รัฐบาลได้มอบนโยบายไว้อย่างแน่นอน โดยเริ่มตั้งแต่ 1 มกราคม 2555 ถือเป็นการให้ของขวัญปีใหม่จากรัฐบาลนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร 

นายรังสรรค์  ศรีวรศาสตร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า บุคลากรภาครัฐที่จะได้รับการปรับเพิ่มรายได้ครั้งนี้จะครอบคลุม  5 กลุ่ม จำนวนกว่า  649,323 คน คือ 
 1. ข้าราชการ ได้แก่ ข้าราชการพลเรือน ข้าราชการทหาร ข้าราชการตำรวจ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ข้าราชการในสถาบันอุดมศึกษา ข้าราชการรัฐสภาสามัญ 
 2. ลูกจ้างประจำ  
 3. ลูกจ้างชั่วคราวที่จ้างจากเงินงบประมาณ 
 4. ทหารกองประจำการ 
 และ 5. พนักงานราชการ  
โดยเงินที่จ่ายจะเป็นเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราว (พชค.)  กำหนดเงื่อนไขไว้ 2 ลักษณะคือ  กลุ่มที่บรรจุในตำแหน่งที่กำหนดคุณสมบัติเฉพาะว่าต้องใช้วุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป  ถ้าได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างไม่ถึงเดือนละ 15,000 บาท ให้รับเงิน พชค. เพิ่มจนถึง 15,000 บาท  และกลุ่มที่บรรจุในตำแหน่งที่ใช้วุฒิการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี ถ้าได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างไม่ถึงเดือนละ 12,285 บาท ให้รับเงิน พชค. เดือนละ 1,500 บาท แต่รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 12,285 บาท หรือถ้ารวมกันแล้วไม่เกิน 9,000 บาท ก็ให้อีกจนถึง 9,000 บาท และทหารกองประจำการที่รับเงินเดือน ระดับ พ.1 ถ้ารับเงินเดือนรวมกับเบี้ยเลี้ยงประจำตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหมแล้วไม่ถึงเดือนละ 9,000 บาท  ให้ได้รับเงิน พชค. เพิ่มขึ้นตามที่กระทรวงกลาโหมจะกำหนดต่อไป  แต่รวมแล้วต้องไม่เกิน เดือนละ 9,000 บาท

“ปัจจุบันข้าราชการ ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราวและพนักงานราชการ ที่บรรจุในวุฒิปริญญาตรีขึ้นไป มีจำนวน 346,365 คน  งบประมาณที่ใช้ จำนวน 1,589 ล้านบาทต่อเดือน  ที่ต่ำกว่าปริญญาตรี จำนวน 164,943 คน ทหารกองประจำการ จำนวน 138,015 คน  2 กลุ่มนี้จะใช้เงินงบประมาณ จำนวน 455 ล้านบาทต่อเดือน รวมใช้งบประมาณ 2,044 ล้านบาทต่อเดือน ซึ่งในปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 ระยะเวลา 9 เดือนจะใช้เงินจำนวน 18,396 ล้านบาท   ด้านระบบเงินเดือน ทางกรมฯ ได้เตรียมการรองรับไว้เรียบร้อยแล้ว เมื่อกฎหมายประกาศ ก็สามารถจ่ายเงินได้ตามเวลาที่กำหนดทันที สำหรับการเยียวยาข้าราชการที่ทำงานมานานแล้ว และได้รับผลกระทบการปรับค่าครองชีพในครั้งนี้  ทางสำนักงาน ก.พ. กำลังดำเนินการ และคาดว่าจะมีผลในวันที่ 1 มกราคา 2555 เช่นกัน”  นายรังสรรค์ กล่าว

ที่มา ซ : ข่าวสดออนไลน์ วันที่ 29 ธค. 54

กรมบัญชีกลาง สั่งเลื่อนจ่ายเงินเดือน ข้าราชการ ประจำเดือน พ.ย.-ธ.ค.54


นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ได้ออกหนังสือด่วนที่สุด ถึงปลัดกระทรวง ผู้อำนวยการ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อธิบดี เลขาธิการ อธิการบดี ผู้ว่าราชการจังหวัด เรื่องการเลื่อนกำหนดระยะเวลาจ่ายเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยหวัด และบำนาญในช่วงที่เกิดอุทกภัย ประจำเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม 2554

โดยกรมบัญชีกลาง ได้อาศัยอำนาจตามมาตรา 20 และมาตรา 43 แห่งพระราชกฤษฎีกาการจ่ายเงินเดือน เงินปี บำเหน็จ บำนาญ และเงินอื่นๆ ให้มีคำสั่งการเลื่อนจ่ายเงินเดือน เดือนพฤศจิกายน 2554 จากเดิมที่จะมีการจ่ายก่อน 3 วันสุดท้ายของเดือน ไปเป็นวันที่ 18 พฤศจิกายน 2554 แทน ส่วนเดือน ธันวาคม 2554 นั้น ให้จ่ายก่อน5วันทำการสุดท้ายของเดือน 

ส่วนสาเหตุที่เลื่อนจ่ายเงินเดือนให้เร็วกว่าปกตินั้น ทางกรมบัญชีกลางให้เหตุผลว่า ทางธนาคารอาจจะไม่สามารถเปิดทำการได้ จึงได้ปรับให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันนั่นเอง

 

ที่มา : Mthai News

พบหนทางพิชิตความแก่ชราในหนู อาจเป็นลางดีของมนุษย์เราด้วย

นักวิทยาศาสตร์ของคลินิกเมโยอันมีชื่อเสียงของสหรัฐฯ เผยว่า สามารถจะชะลออาการของความแก่ชราต่างๆ เช่น ผิวหนังเหี่ยวย่น และกล้ามเนื้ออ่อนกำลังในหนู ให้ช้าลงได้ เชื่อว่าผลการค้นพบอาจจะส่งผลดีถึงมนุษย์ได้

วารสาร “ธรรมชาติ” ของสหรัฐฯแจ้งว่า พวกเขาใช้วิธี “ล้างชะ” บรรดาเซลล์ซึ่งหมดอายุไม่อาจแบ่งตัวเป็นเซลล์ใหม่ได้อีกแล้ว ซึ่งเกิดสะสมเพิ่มพูนขึ้นตามอายุที่มากขึ้นออก ประมาณได้ว่าในผู้สูงอายุจะมีเซลล์ที่ล่วงส่อวัยชราเหล่านี้อยู่ในตัวมากถึงร้อยละ 10

นักวิจัยได้ให้หนูกินยา ซึ่งจะไปฆ่าเซลล์พวกนั้นให้หมดลง ทำให้อาการแสดงความชราเกิดขึ้นช้าลง และกล้ามเนื้อต่างๆ ทำงานดีขึ้น

ผลการค้นพบ ทำให้ได้ความคิดที่จะชะลออาการความแก่ชราของมนุษย์ขึ้นมาบ้าง เพราะในคนวัยหนุ่มสาว จะสามารถกำจัดเซลล์พวกนี้ออกไปเองได้ “หากว่าเราสามารถปลุกปั้นภูมิคุ้มโรคให้เข้มแข็งขึ้นอีกหน่อย ก็มั่นใจได้ว่า เซลล์เหล่านี้จะโดนกำจัดหมดไปได้”.

ที่มา :  ไทยรัฐออนไลน์

AP สื่อต่างชาติ ชู ในหลวง ทรงเตือนอุทกภัย

ไขข้อข้องใจ การจ้างอัตราจ้าง ธุรการ ปีงบประมาณ 2555

ดร.รังสรรค์ มณีเล็ก ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สพฐ. ได้กล่าวผ่านจดหมายเปิดผนึก ฉบับที่ 11/2554 (03/11/2554) เกี่ยวกับ อัตราจ้าง ดังนี้

อัตราจ้าง

ปี 2555 สพฐ.ได้ตั้งงบประมาณในจ้างบุคลากร จำนวน 65,172 คน ซึ่งสามารถดูรายละเอียดว่าจ้างตำแหน่งใด เงินเดือนเท่าไรได้ใน หนังสือที่ ศธ 04006/ว2098 ลว 30 กันยายน 2554  หน้าเว็ปไซด์ของ สนผ.ได้ครับ หลายท่านบอกว่าทำไมไม่ตั้งเป็นตำแหน่งถาวร มาจ้างกันอยู่ได้ทุกปี ใกล้ 30 กันยายน ก็วุ่นวายกันทั้งประเทศ เราก็ต้องการทำอย่างที่ท่านร้องขออยู่เหมือนกัน แต่คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.)ไม่ยอมครับ

นอกจากนั้นยังบอกว่าบุคลากรของ สพฐ.มีมากเกินเสียด้วยซ้ำไป เรื่องก็เป็นแบบนี้แหละครับ อย่างไรก็ตาม สพฐ.ก็ไม่ละความพยายามนะครับ พยายามจะขอตำแหน่งธุรการให้เป็นอัตราถาวร เหมือนการเงินและพัสดุประจำโรงเรียน คอยติดตามกันต่อไปครับ เรื่องอัตราจ้างนี้หลายเขตปฏิบัติไม่เหมือนกัน น้องๆบ่นกันเข้ามามาก เช่น เงินตกเบิกยังไม่ได้รับ ยังไม่ต่อสัญญาจ้าง ใช้งานผิดหน้าที่ รับเงินไม่ตรงสิ้นเดือน เป็นต้น ผมเชื่อว่าเป็นจริง ขอเรียนให้ทราบว่าแจ้งจัดสรรทุกเรื่องแล้วครับ ยกเว้นพี่เลี้ยงเด็กพิการของโรงเรียน ซึ่งขณะนี้สำนักบริงานการศึกษาพิเศษกำลังแจ้งจัดสรรอยู่ ที่ช้าเพราะรอข้อมูลว่ามีเด็กพิเศษในปีนี้มากน้อยเพียงไร เมื่อไม่ได้ข้อมูลก็เลยยังจัดสรรไม่ได้ ผมเลยหารือกับ ผอ.พะโยมว่าแจ้งไปแบบมีเงื่อนไขก็ได้ คือ ถ้ามีเด็กพิเศษมากก็จ้างมาก ถ้ามีน้อยก็จ้างน้อย กำลังจัดสรรแล้วครับ น้องบางคนกลัวว่าจะทำงานฟรี เพราะทำต่อเนื่องมาตั้งแต่ 1 ตุลาคม แล้ว ของฟรีไม่มีในโลกครับ สัญญาที่จะเซ็นกัน มีผลย้อนหลังได้ ทุกตำแหน่งนะครับไม่ใช่น้องธุรการอย่างเดียว ส่วนเงินตกเบิกเงินเดือนที่เพิ่มขึ้น รับเงินไม่ตรงสิ้นเดือน สามารถดำเนินการได้ครับ ใครไม่ได้บอกมา เพราะ สพฐ.จัดสรรงบประมาณให้เขตและโรงเรียนมัธยมศึกษาที่เบิกจ่ายตรงหมดแล้ว

 

ที่มา : จดหมายเปิดผนึก โดย ดร.รังสรรค์ มณีเล็ก

เปิดสอบ ผอ.และรอง ผอ.สถานศึกษา แยกบัญชีประถม-มัธยม

เปิดสอบ ผอ.และรอง ผอ.สถานศึกษา แยกบัญชีประถม-มัธยม  แต่ยังให้สิทธิผู้สอบขึ้นบัญชีภาค ข.และ ค.เข้ารับการอบรมและแต่งตั้งทันทีที่ตำแหน่งว่างก่อนเปิดสอบใหม่ปีหน้า

    นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.) ได้ทำหนังสือแจ้งมายังสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ให้ดำเนินการสอบภาค ก. ในตำแหน่ง ผอ. และ รอง ผอ.สถานศึกษาใหม่ ในช่วงเดือน ม.ค.55 แล้ว ซึ่งการสอบดังกล่าวนี้จะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ ก.ค.ศ.กำหนดไว้ คือการสอบจะแยกบัญชี ระหว่างตำแหน่ง ผอ.และ รอง ผอ.สถานศึกษาประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ซึ่งการสอบภาค ก. ที่ผ่านมานั้น ไม่ได้แยกระหว่างประถมศึกษาและมัธยมศึกษา จึงทำให้เวลาเรียกผู้ที่สอบขึ้นบัญชีไปแต่งตั้งมีปัญหาบ้าง
ทั้งนี้ห ลักเกณฑ์ของ ก.ค.ศ.จะกำหนดคุณสมบัติไว้ชัดเจนว่า ใครสามารถสอบเพื่อขึ้นบัญชีเป็น ผอ.และ รอง ผอ.สถานศึกษาในสายประถมศึกษาและมัธยมศึกษาได้ ต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง ดังนั้นผู้สอบ จะไม่สามารถสมัครสอบได้ตามความต้องการหากคุณสมบัติไม่ครบตามที่กำหนด
เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อว่า สำหรับบัญชีภาค ก. ที่สพฐ.ได้สอบขึ้นบัญชีไว้นั้นครบกำหนดมาแล้วประมาณ 1-2 เดือนที่ผ่านมา แต่ขณะนี้แต่ละเขตพื้นที่การศึกษา ยังมีบัญชีที่สอบภาค ข.และ ภาค ค.ที่ยังใช้ได้อยู่จนกว่า สพฐ.จะสอบภาค ก. ในเดือน ม.ค. และจะมีผลทำให้บัญชีดังกล่าวต้องยกเลิกไปด้วยตามระเบียบที่ สพฐ.กำหนดไว้ ดังนั้นขณะนี้ สพฐ.กำลังเร่งให้แต่ละเขตพื้นที่ฯ ส่งบัญชีผู้สอบภาค ข. และ ค.เพื่อเข้ารับการอบรมกับ สพฐ.ให้เสร็จภายในเดือน พ.ย.-ธ.ค.54 เพื่อให้ผู้สอบขึ้นบัญชีกลุ่มนี้มีสิทธิได้รับการแต่งตั้งหากมีตำแหน่งว่าง ก่อนที่ สพฐ.จะสอบภาค ก.ในปีหน้า

“ระหว่างนี้อาจจะมีโรงเรียนที่มีตำแหน่ง ผอ.และรอง ผอ.สถานศึกษา ว่างอยู่บ้างและน่าจะเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก มากกว่าโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา ทราบว่าหลายเขตพื้นที่ฯ ได้แต่งตั้งรักษาราชการแทนเพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่แทนไปก่อน จึงไม่มีปัญหาในการบริหารจัดการ” เลขาธิการกพฐ. กล่าว

ด่วน! โรงเรียนโพธิ์ทองวิทยาคาร “รับสมัครอัตราจ้างวิชาเอกสังคมศึกษา”

โรงเรียนโพธิ์ทองวิทยาคาร  ตำบลโพธิ์ทอง  อำเภอเสลภูิมิ  จังหวัดร้อยเอ็ด  

รับสมัครครูอัตราจ้างวิชาเอกสังคมศึกษา  สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 043-611227 ได้ในวันเวลาราชการ