Category Archives: วิทยาศาสตร์น่ารู้

วิทยาศาสตร์แสนสนุก วิทยาศาสตร์น่ารู้

ยินดีต้อนรับ

แบบทดสอบฟิสิกส์

เผยแพร่ผลงาน Best Practice คุณครูอุไลวรรณ แสนทวี

Envi and Safety Got Talent

ผลงาน  Envi and Safety Got Talent

นักบินอวกาศผู้เหยียบดวงจันทร์คนแรกเสียชีวิตแล้ว

นักบินอวกาศผู้เหยียบดวงจันทร์คนแรกเสียชีวิตแล้ว

“นีล อาร์สตรอง” นักบินอวกาศคนแรก ของสหรัฐ เสียชีวิตแล้ว ด้วยวัย 82 ปี จากอาการติดเชื้อขณะเข้ารับการผ่าตัดโรคหลอดเลือดหัวใจ

วันที่ 26 ส.ค. 55 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานจากประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อช่วงดึกของวันที่ 25 ส.ค. ที่ผ่านมา ตามเวลาประเทศไทย “นีล อาร์มสตรอง” นักบินอวกาศคนแรก ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเดินทางไปเหยียบดวงจันทร์มาแล้ว กับยาน “อพอลโล 11” เมื่อวันที่ 20 ก.ค. 2512 เสียชีวิตด้วยอาการติดเชื้อขณะเข้ารับการผ่าตัดโรคหลอดเลือดหัวใจ มีอายุ 82 ปี

รายงานข่าวระบุว่า “นีล อาร์มสตรอง” เคยเข้ารับการผ่าตัดขยายหลอดเลือดหัวใจเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาหลังแพทย์พบอาการอุดตันที่หลอดเลือดแดงใหญ่ที่หัวใจ
ขณะที่ครอบครัวของ “อาร์มสตรอง” ออกแถลงการณ์ระบุว่า เขาเสียชีวิตระหว่างการผ่าตัดขยายหลอดเลือดหัวใจ และมีอาการติดเชื้อ แต่ไม่ได้ระบุว่าเสียชีวิตที่ใด

สำหรับ นีล อาร์มสตรอง เกิดเมื่อวันที่ 5 ส.ค. 2473 ที่เมืองวาปาโคเนตา รัฐโอไฮโอ ชื่นชอบเรื่องการบินมาตั้งแต่เด็ก เรียนขับเครื่องบินครั้งแรกเมื่ออายุ 15 ปี พออายุ 16 ปี ก็ได้ใบอนุญาตนักบิน เคยเป็นนักบินในกองทัพเรือสหรัฐฯ ปฏิบัติภารกิจ 78 ครั้งในสงครามเกาหลี โดยในปี 2498 เป็นนักบินทดสอบอยู่ที่ฐานทัพอากาศเอ็ดเวิร์ด รัฐแคลิฟอร์เนีย จากนั้นอีก 7 ปีต่อมา ได้รับเลือกจาก องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ ของสหรัฐฯ หรือ นาซา ให้มาเป็นนักบินอวกาศที่เมืองฮุสตัน รัฐเท็กซัส และ เกษียณอายุจากนาซาในปี 2514 ด้านชีวิตส่วนตัว แต่งงานกับ แคโรล ไนท์ เมื่อปี 2542 แต่มีบุตรชาย 2 คน จากการสมรสก่อนหน้านี้

นีล อาร์มสตรอง เป็นหนึ่งในประวัติศาสตร์ของวงการบินอวกาศของสหรัฐฯ ในฐานะเป็นนักบินอวกาศคนแรกของสหรัฐฯ ที่เดินทางไปเหยียบดวงจันทร์สำเร็จพร้อมกับเพื่อนนักบินอวกาศอีกคน “บัซ อัลดริน” ท่ามกลางผู้ชม 450 ล้านคน ที่ได้ชมการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ไปทั่วโลกที่คอยติดตามชมในวันนั้น แต่กลับเป็นเสมือนกับวีรบุรุษของชาวอเมริกันผู้ถูกละเลย

ที่มา : http://www.teenee.com/

‘นาซ่า’ปล่อยยานอวกาศคิวริออสซิที(Curiosity) ลงจอดดาวอังคารสำเร็จ

‘นาซ่า’ปล่อยยานอวกาศลงจอดดาวอังคาร

ยานสำรวจดาวอังคาร ‘คิวริออสซิตี้’ ที่แพงที่สุดของนาซ่า สัมผัสผิวดาวอังคารแล้ว

Curiosity

      6 ส.ค.55 ยานสำรวจ “คิวริออสซิตี้” มูลค่า 2,500 ล้านดอลล่าร์ หรือราว 75,000 ล้านบาท ขององค์การบริหารอวกาศและการบินแห่งชาติของสหรัฐ หรือ นาซ่า ได้ลงจอดบนดาวอังคาร และได้ส่งสัญญาณว่าภารกิจได้ลุล่วงแล้ว กลับไปยังศูนย์ควบคุมที่พาซาเดน่า รัฐแคลิฟอร์เนียว่าสามารถลงสัมผัสพื้นผิวดาวอังคาร หรือ ดาวแดง เรียบร้อยแล้ว หลังจากใช้เวลาในการเดินทางนานถึง 8 เดือน ถือเป็นภารกิจสำรวจดาวอังคารที่แพงที่สุดและทะเยอทะยานที่สุด

เจ้าหน้าที่ของศูนย์ควบคุม เจ็ต พร็อพพุลชั่น แลบอราทอรี่ ของนาซ่า เปิดเผยว่า สามารถยืนยันได้ว่ายานลงจอดแล้วจริงๆ ขณะที่ยานสำรวจ คิวริออสซิตี้ ซึ่งเป็นประเภท โรเวอร์ น้ำหนัก 1 ตัน ที่สามารถวิ่งบนพื้นผิวดาวอังคารได้ ได้ชื่อว่า เป็นยานที่มีความไฮเทคมากที่สุดของนาซ่า เท่าที่เคยออกแบบมา และลงจอดด้วยระบบอะโครเบติก คือ เมื่อถูกปล่อยออกมาแล้ว สามารถจุดระเบิดด้วยตัวเองก่อนลงจอด และส่วนที่ลงจอดคือส่วนที่มีล้อสำหรับการใช้งานจริง

เผยภาพแรกดาวอังคาร จากยาน คิวริออสซิที

ภาพแรกของยานสำรวจที่จะเห็นเงาของยานกระทบกับพื้นผิวของดาวอังคาร เป็นภาพประวัติศาสตร์ และถือเป็นความสำเร็จขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ

ภาพล้อของยานจากยานคิวริออซิตี ที่จอดบนพื้นผิวดาวอังคาร (เอเอฟพี/นาซาทีวี)


               ยานคิวริออสซิที(Curiosity) ยานภารกิจสำรวจดาวอังคารขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติหรือ นาซา เตรียมลงจอดพื้นผิวดาวอังคาร และส่งสัญญาณกลับมายังโลกในวันนี้ (6ส.ค.) โดยยานดังกล่าว จะทำการสำรวจดาวอังคารว่า มีสภาพภูมิประเทศเป็นเช่นไร และภูมิอากาศบนดาวอังคารเอื้อต่อสิ่งมีชีวิตหรือไม่ และกุญแจสำคัญของยานนี้จะเป็นสิ่งบ่งบอกว่า หากบนดาวอังคารมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ ก็เป็นความหวังให้มนุษย์เดินทางไปสำรวจดาวอังคาร มากขึ้น รวมไปถึงตั้งรกรากในอนาคต

                        ยานคิวริออสซิตี้ ถูกปล่อยลงบนชั้นบรรยากาศของดาวอังคาร บนพื้นที่ 20,920.5 ล้านกิโลเมตร ถ้าเป็นไปตามแผนที่วางไว้ ยานลำนี้จะเคลื่้อนตัวอย่างช้าๆ ไปยังหลุมขนาดใหญ่ โดยการขับเคลื่อนอัตโนมัติ และวิศวกรจะคอยจับตาดูว่า มันสามารถทำงานได้ตามแผนที่วางไว้หรือไม่

นาซ่ายกย่องความสำเร็จครั้งนี้ เทียบเท่ากับซูเปอร์โบว มีการเชิญบรรดาคนที่มีชื่อเสียงไปร่วมเป็นสักขีพยานมากกว่า 1

ที่มา :  คมชัดลึกออนไลน์วันที่ 06-08-2555

ส่วนประกอบและหน้าที่ของสมอง (Brain Parts and its functions)

Meet & Greet เยี่ยมบ้าน ม.5/9 จตุรพักตรพิมานรัชดาภิเษก

Meet & Greet  เยี่ยมบ้าน  ม.5/9  จตุรพักตรพิมานรัชดาภิเษก

This slideshow requires JavaScript.

สุดทึ่ง! หนุ่มเบียร์วัย 16 แก้ปัญหาคณิตฯอายุ 350 ปีของ ‘นิวตัน’ สำเร็จ

โชไรยา เรย์ นักเรียนอินเดียวัย 16 ปี อาศัยอยู่ที่เมืองเดรสเดน ของเยอรมนี ขาสามารถไขปริศนาคณิตศาสตร์ ที่เคยสร้างความสับสนงุนงงต่อวงการ คณิตศาสตร์ มานานกว่า 350 ปี และได้รับการขนานนามว่าเป็อัจฉริยะบุคคล หลังเขาสามารถถอดปริศนาเรขาคณิตของเซอร์ ไอแซ็ก นิวตัน ได้สำเร็จ

หนังสือพิมพ์เดลี่เมล รายงานว่า เรย์สามารถถอด 2 ทฤษฎีสำคัญว่าด้วยเรื่อง อนุภาค แรงและพลังงาน ซึ่งนักฟิสิกส์ได้เคยคำนวณมาแล้วโดยการใช้ความ สามารถของคอมพิวเตอร์ เขาสามารถคำนวณวัตถุภายใต้อิทธิพลของแรงโน้มถ่วง ( projectile – โพรเจคไทล์ ) และมีแรงต้านอากาศได้อย่างถูกต้อง ทั้งๆที่ 350 ปีที่ผ่านมา นักคณิตศาสตร์ค้นพบเพียงแค่วิธีคำนวณระยะทางแบบคร่าวๆเท่านั้น โดยเรย์ใช้หัวข้อนี้ทในการทำรายงานของที่โรงเรียนทีเขศึกษาอยู่ เขายังแก้ปัญหาการเคลื่อนที่ของวัตถุภายใต้อิทธิพลของแรงโน้มถ่วง ที่กระดอนจากกำแพง ซึ่งถูกเสนอขึ้นมาในช่วงศตวรษที่ 19 ได้อีกด้วย

จากการถอดปริศนาของเขาทำให้ ตอนนี้นักวิทยาศาตร์สามารถคำนวณการเคลื่อนที่ ของทิศทางลูกบอลที่ถูกขว้างออกไป และทำนายว่ามันจะกระทบกับกำแพงอย่างไร  และเด้งออกมาจากกำแพงอย่างไร

ผลงานวิจัยของเขาได้รับรางวัลทั้งในระดับรัฐและระดับท้องถิ่นในโครงการสหวิทยาการยอดเยี่ยม และยังถูกขนานนามอีกว่า อ้จฉริยะ โดยสื่อของเยอรมนี แต่เเรย์ก็ถ่อมตน ว่าเขาเป็นเพียงเด็กนักเรียนซื่อๆ ที่มีความอยากรู้อยากเห็นเท่านั้นเอง ซึ่งที่มาในการแก้ไขปริศนาในครั้งนี้ ก๋มาจากการฟังบรรยายของศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยในระหว่างการทัศนศึกษา ที่พูดถึงปัญหาทางคณิตศาสตร์ที่ยังไมามีใครสามารถแก้ได้ และขาคิดว่าไม่เสียหายถ้าจะลองดู  อีกทั้งเขายังพูดอย่างถ่อมตนว่าเขามีจุดอ่อนในหลายเรื่องในฐานะนักคณิตศาสตร์ และบอก ว่าแม้เขาจะเก่งคณิตศาสตร์แต่ด้อยในการเล่นกีฬายิ่งนัก

ชีวิตวัยเด็กของเรย์ เขาย้ายมาอยู๋ในเยอรมนี เมื่ออายุได้ 12 ปี หลังจากที่พ่อของเขาเป็นวิศวกร ได้งานในสถาบันวิชาช่างแห่งหนึ่งในเยอรมนี เรย์บอกว่าพ่อของเขาเป็นคนที่ทำให้เขามีความรู้ทางด้านคณิตศาสตร์ เพราะพ่อสอนการคำนวณให้เขาตั้งแต่อายุ 6 ขวบ เขาศึกษาภาษาเยอรมันจนคล่องในเวลา 4 ปี และในปัจจุบันเขาได้เรียนในชั้นเรียนที่สูงกว่าเด็กคนอื่น 2 ปี

ขอบคุณข้อมูล http://www.prachatalk.com

ที่มา : www.thairath.co.th

โลกเกิดขึ้นได้อย่างไร? กำเนิดโลก ตอนที่ 1

Eris ดาวเคราะห์แคระของสุริยจักรวาล

Eris ดาวเคราะห์แคระของสุริยจักรวาล

สุริยะ จักรวาลที่คนโบราณเมื่อ 4,000 ปีก่อนรู้จักประกอบด้วย ดาวเคราะห์ 6 ดวง ได้แก่ พุธ ศุกร์ โลก อังคาร พฤหัสบดี และเสาร์ ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในเวลาต่อมา ทำให้ Herschel พบดาวยูเรนัส John Adams พบดาวเนปจูน และนักดาราศาสตร์ได้เห็นดวงจันทร์บริวารของดาวเคราะห์เหล่านี้ รวมถึงดาวเคราะห์น้อยด้วย และเมื่อถึงปี 2473 Clyde Tombaugh ก็ได้พบดาวพลูโตว่าเป็นดาวเคราะห์ขนาดเล็กที่โคจรอยู่ไกลจากดวงอาทิตย์มาก ที่สุด

ในปี 2486 Kenneth Edgeworth เป็นนักดาราศาสตร์คนแรกที่ได้เสนอความคิดว่า สุริยะจักรวาลคงมีวัตถุขนาดเล็กอีกเป็นจำนวนมากที่โคจรรอบ และอยู่ไกลดวงอาทิตย์ยิ่งกว่า พลูโต ซึ่งวัตถุเหล่านี้ เป็นขยะที่หลงเหลือหลังจากที่ดาวเคราะห์ใหญ่น้อยทั้ง 9 ดวง ได้ถือกำเนิดแล้ว แต่ก็ไม่มีใครเห็นวัตถุที่ Edgeworth กล่าวถึงเลย ทั้งนี้เพราะวัตถุเหล่านั้นมีขนาดเล็ก และผิวของมันสะท้อนแสงน้อย

ก. (บนซ้าย) กลุ่มดาวเคราะห์ภายในของสุริยะจักรวาลตั้งแต่พุธจนถึงของพฤหัสบดี
ข. (บนขวา) กลุ่มดาวเคราะห์ภายนอกตั้งแต่เสาร์ ยูเรนัส เนปจูน พลูโต และเซ็ดนา
ค.(ล่างขวา) แสดงวงโคจรของ Sedna และ
ง. (ล่างซ้าย) ตำแหน่งของสุริยจักรวาลกับเมฆ Aort

จนกระทั่งถึงปี 2535 การค้นหาดาวชนิดที่ไม่มีแสงในตัว และเคลื่อนที่ด้วยความเร็วต่ำ รอบดวงอาทิตย์ อีกทั้งอยู่ไกลมากก็ประสบความสำเร็จ ปัจจุบันนักดาราศาสตร์ได้เห็น ดาวขนาดเล็กเหล่านี้กว่า 50,000 ดวงแล้ว ดาวส่วนใหญ่มีเส้นผ่าศูนย์กลางยาวตั้งแต่ 10 – 100 เมตร แต่บางดวงก็ใหญ่ คือ มีเส้นผ่าศูนย์กลางยาวเป็นร้อยเป็นพันกิโลเมตร

ทฤษฎีกำเนิดของสุริยะจักรวาลที่นักดาราศาสตร์ยึดถือ พยากรณ์ว่า เมื่อดาวเคราะห์บริวารของดวงอาทิตย์ถือกำเนิดเป็นรูปเป็นร่างแล้ว ณ ไกลห่างจากดวงอาทิตย์ยิ่งกว่าดาวพลูโต จะมีวัตถุขนาดเล็กมากมายโคจรจำนวนรอบดวงอาทิตย์ ดังนั้น เวลาวัตถุเหล่านี้โคจรตัดหน้าดาวฤกษ์ ความสว่างของดาวฤกษ์ที่ปรากฏต่อสายตาของนักดาราศาสตร์บนโลกที่กำลังสังเกต ดาวฤกษ์ดวงนั้นจะลดลงทันที การรู้ข้อมูลเวลาที่วัตถุบดบังแสงจะทำให้นักดาราศาสตร์รู้ขนาดของมันได้ ทฤษฎีสุริยะจักรวาลยังพยากรณ์อีกว่า วัตถุที่มีขนาดเล็กตั้งแต่ 10 – 100 เมตรนี้ มีทั้งสิ้นประมาณพันล้านล้านชิ้น

เมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ศ.2546 Michael Brown แห่ง California Institute of Technology ซึ่งใช้กล้องโทรทรรศน์ของหอดูดาว Keck บนยอดเขา Mauna Kea ในฮาวาย ได้ทำให้วงการดาราศาสตร์สั่นสะเทือน ด้วยข่าวการพบดาวดวงหนึ่งซึ่งเป็นบริวารของดวงอาทิตย์ แต่มีขนาดใหญ่กว่าดาวพลูโต โคจรอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ยิ่งกว่าดาวพลูโต และดาว Sedna ที่พบโคจรรอบดวงอาทิตย์ เมื่อปี 2541 เสียอีก

Brown ได้ตั้งชื่อเล่นของดาวดวงใหม่ว่า “Xena” ตาม ชื่อของเทพเจ้าสาวในตำนานเทพนิยายของชนเผ่า Inuit ซึ่งสามารถอาศัยอยู่ในทะเลน้ำแข็งได้นานถึง 650 ปี นักดาราศาสตร์ได้เรียกชื่อดาวอย่างเป็นทางการว่า 2003 UB 313 การศึกษาคุณสมบัติของ Xena ทำให้เรารู้ว่า อุณหภูมิที่ผิวของดาวสูงประมาณ -243 องศาเซลเซียส ผิวมีสีแดงเรื่อๆ คล้ายดาวอังคาร อีกทั้งมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 3000 – 400 กิโลเมตร (จึงใหญ่กว่าพลูโตที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางยาว 2,390 กิโลเมตร) ข้อมูลยังแสดงอีกว่า ระนาบการโคจรของ Xena เอียงทำมุม 45 องศา กับระนาบการโคจรของดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ และวงโคจรมีความรียิ่งกว่า

วงโคจรของพลูโตและ Xena โคจรห่างจากดวงอาทิตย์เฉลี่ยประมาณ 3 เท่าของระยะทางที่พลูโตห่าง ดังนั้น มันจึงใช้เวลาประมาณ 2 เท่าของ พลูโตในการโคจรรอบดวงอาทิตย์ การอยู่ไกลมากเช่นนี้ ทำให้แสงจากดวงอาทิตย์ต้องใช้เวลาเป็นวัน จึงเดินทางถึง Xena แล้วสะท้อนกลับมายังโลก

นอกจาก Xena จะมีขนาดใหญ่กว่าดาวพลูโตแล้ว นักดาราศาสตร์ก็ยังพบอีกว่า Xena มีดวงจันทร์บริวารหนึ่งดวงชื่อ Gabrielle ซึ่งโคจรรอบมันทุก 14 วัน และดวงจันทร์นี้มีความสว่างน้อยกว่า Xena ราว 60 เท่า การมีดวงจันทร์บริวาร และมีขนาดใหญ่กว่าดาวพลูโตเช่นนี้ ทำให้นักดาราศาสตร์ต้องหันมาทบทวนความเข้าใจเกี่ยวกับสถานภาพของดาวพลูโต ใหม่ว่า สมควรเรียกมันเป็นดาวเคราะห์ต่อไปหรือไม่

ภาพเปรียบเทียบวงโคจรและเส้นผ่าศูนย์กลางของ Sedna กับดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ ของสุริยะจักรวาล

เพราะถ้าให้มันเป็นดาวเคราะห์ นั่นก็หมายความว่า ดาวอื่นๆ เช่น Sedna, Quaoar, 2003 EL61 ที่มีดวงจันทร์บริวาร 2 ดวง, 2005 FY9 ฯลฯ ซึ่งต่างก็โคจรรอบดวงอาทิตย์ และมีขนาดไม่แตกต่างจากดาวพลูโตมาก ก็มีสิทธิจะได้รับการสถาปนาเป็นดาวเคราะห์ด้วย

วันที่ 18 สิงหาคม 2549 International Astronomical Union (IAU) ซึ่งเป็นสหพันธ์ดาราศาสตร์นานาชาติ ได้จัดประชุมที่กรุง Prague โดยมีนักดาราศาสตร์ 2,500 คน จากประเทศทั่วโลกมาประชุม เพื่อตกลงหาคำจำกัดความใหม่ของดาวเคราะห์ให้เหมาะสม

และเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2549 ที่ประชุม IAU ได้ลงมติเปลี่ยนสถานภาพของดาวพลูโต, ดาวเคราะห์น้อย Ceres, ดวงจันทร์ Charon ของพลูโต กับ Xena ว่าเป็นดาวเคราะห์ชนิดใหม่ ชื่อ ดาวเคราะห์แคระ (dwarf planet) โดยให้เกณฑ์หยาบๆ สำหรับคำจำกัดความของดาวเคราะห์ว่า มีลักษณะกลม เป็นบริวารของดาวฤกษ์ และมีวงโคจรที่ไม่สอดแทรกผ่านเข้าไปในวงโคจรของดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ และไม่เป็นดวงจันทร์บริวารของดาวเคราะห์ด้วย

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2549 International Astronomical Union ได้ออกแถลงการณ์ว่า ดาว Xena ที่ได้ทำให้วงการดาราศาสตร์ทั่วโลกปั่นป่วน เพราะต้องหันมาทบทวนความรู้เรื่องดาวเคราะห์ใหม่ ได้รับชื่อใหม่อย่างเป็นทางการว่า “Eris” แล้ว

ซึ่งนับว่าเหมาะสม เพราะ Eris ในเทพนิยายกรีก คือ เทพธิดา ผู้ชอบทำให้เทพธิดาอื่นๆ ทะเลาะวิวาท จนมีผลทำให้เกิดสงครามกรุง Troy ในที่สุด และ Eris ในวงการดาราศาสตร์ก็เช่นกัน คือ มีบทบาททำให้ นักดาราศาสตร์มีวิวาทะวิชาการกัน จนมีผลทำให้ดาวพลูโตต้องเปลี่ยนสถานภาพจากดาวเคราะห์ธรรมดาเป็นดาวเคราะห์ แคระครับ

ที่มา : สุทัศน์ ยกส้าน ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ สสวท

ตื่นเต้น! พบฟอสซิลสปีชีส์อื่นยุค “ป้าลูซี” เดินสองเท้าด้วย

นักวิทยาพบฟอสซิลกระดูกส่วนเท้าอายุ 3.4 ล้านปี ระบุไม่ได้ว่าเป็นสปีชีส์ไหน แต่รูปร่างของกระดูกบ่งชี้ว่าสิ่งมีชีวิตนั้นสามารถเดินหลังตรงได้ นับเป็นการค้นครั้งสำคัญเพราะบ่งชี้ว่านอกจาก “ป้าลูซี” แล้วยังมีบรรพบุรุษของมนุษย์สปีชีส์อื่นๆ อีกที่เดินสองเท้า 

       ตัวอย่างฟอสซิลกระดูกดังกล่าวพบในชั้นตะกอนโคลนที่เบอร์เทเล (Burtele) ในตอนกลางของเขตอะฟาร์ (Afar region) ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงแอดดิสอะบาบา (Addis Ababa) ของเอธิโอเปียไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ 520 กิโลเมตร

ทางบีบีซีนิวส์ระบุว่าทีมวิจัยพบชิ้นส่วนของเท้าหน้าข้างขวา 8 ชิ้น โดยพวกเขาได้รายงานทางวารสารเนเจอร์ (Nature) ว่ารูปร่างของกระดูกนั้นแสดงให้เห็นว่าสิ่งมีชีวิตดังกล่าวสามารถเดินตัวตรงได้ตั้งแต่ในยุคนั้น แต่ทีมวิจัยระบุว่าพวกเขาไม่มีตัวอย่างมากพอที่จะระบุได้ว่า “โฮมินิน” (hominin) หรือมนุษย์โบราณดังกล่าวเป็นสปีชีส์ใด

การค้นพบครั้งนี้บีบีซีนิวส์ระบุว่ามีความสำคัญเพราะเป็นสิ่งแสดงให้เห็นว่ามีบรรพบุรุษมากกว่า 1 สปีชีส์อาศัยอยู่ในแอฟริกาตะวันออกระหว่าง 3-47 ล้านปีก่อน ซึ่งแต่ละสปีชีส์ก็มีวิธีการเดินหน้าในรูปแบบเฉพาะของตัวเอง

บรรพบุรุษมนุษย์ที่รู้จักกันในวงกว้างคือ“ป้าลูซี” (Lucy) ซึ่งอยู่ในสปีชีส์ออสตราโลพิเธคัสอะฟาเรนซิส (Australopithecus afarensis) โดยชิ้นส่วนของเธอคือถูกพบและจำแนกได้เป็นแรกเมื่อปี 1974 ในเขตอะฟาร์ ณ เมืองฮาดาร์ (Hadar) ซึ่งห่างจากเมืองเบอร์เทเล 50 กิโลเมตร

ร่างกายของป้าลูซีถูกสร้างขึ้นมาให้สามารถเดินได้ โดยนิ้วหัวแม่เท้าที่เรียงต่อกับนิ้วเท้าอื่นๆ อีก 4 นิ้ว และยังมีอุ้งเท้าคล้ายมนุษย์ ซึ่งช่วยให้เธอเคลื่อนไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนชิ้นส่วนฟอสซิลเท้าจากเมืองเบอร์เทเลนั้น แม้จะยังระบุไม่ได้ว่าเป็นสปีชีส์ใด แต่ก็สามารถบอกชัดๆ ว่าไม่ใช่ “อะฟาเรนซิส” (afarensis) อย่างแน่นอน

     ฟอสซิลที่พบใหม่นี้ไม่มีอุ้งเท้าและหัวแม่เท้าขนาดใหญ่นั้นแยกจากนิ่วเท้าอื่นๆ ซึ่งช่วยให้สัตว์ชนิดนี้จะคว้ากิ่งก้านของต้นไม้ได้ ส่วนข้อเท็จจริงที่หนุนว่าสิ่งมีชีวิตชนิดนี้เดินได้นั่นคือลักษณะของข้อต่อ ซึ่งเรียงกันในลักษณะที่สามารถจิกปลายเท้าผลักไปข้างหน้า อันเป็นลักษณะที่มนุษย์เท่านั้นสามารถทำได้ และเป็นสิ่งที่ลิงไม่มีหางซึ่งมีเท้าแบนราบไม่สามารถทำได้

ทีมวิจัยกล่าวว่าสัณฐานของสิ่งมีชีวิตชนิดนี้ชวนให้นึกถึงสิ่งมีชีวิตเมื่อ 40.4 ล้านปีก่อนที่เรียกว่า“อาร์ดิพิเธคัสรามิดัส” (Ardipithecus ramidus) แต่สิ่งมีชีวิตขนิดนี้ก็ยังไม่ใช่ รามิดัส (ramidus) อยู่ดี

  ด้าน ดร.อิสาเบลล์ เดอ กรูเต (Dr.Isabelle De Groote) นักบรรพชีวินวิทยาจากพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา (London’s Natural History Museum) อังกฤษ กล่าวว่าการค้นพบครั้งนี้เป้นสิ่งที่น่าตื่นเต้นเพราะมีตัวอย่างเท้าอยู่ไม่มาก ซึ่งตัวอย่างเท้าอันใหม่นี้จะช่วยให้เราไขกระบวนการวิวัฒนาการสู่การเดินสองเท้าได้ และช่วยให้เราเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับกระดูกได้อย่างต่อเนื่อง

ที่มา :  ผู้จัดการออนไลน์

วิทยาศาสตร์น่ารู้ “ทดลองลูกโป่งกับไฟ”

ประกาศผลการเรียน ภาคเรียนที่่ 2 ปีการศึกษา 2554 โรงเรียนจตุรพักตรพิมานรัชดาภิเษก

ประกาศผลการเรียน ชั้นมัธยมศึกษาีปีที่  1

ประกาศผลการเรียน ชั้นมัธยมศึกษาีปีที่  2

ประกาศผลการเรียน ชั้นมัธยมศึกษาีปีที่  3

ประกาศผลการเรียน ชั้นมัธยมศึกษาีปีที่   4

ประกาศผลการเรียน ชั้นมัธยมศึกษาีปีที่   5

ประกาศผลการเรียน ชั้นมัธยมศึกษาีปีที่   6

โรงเรียนจตุรพักตรพิมานรัชดาภิเษก รับสมัครครู วิชาเอกสังคมศึกษา

โรงเรียนจตุรพักตรพิมานรัชดาภิเษก อำเภอจตุรพักตรพิมาน  จังหวัดร้อยเอ็ด

 รับสมัครู  ตำแหน่ง  พนักงานราชการ วิชาเอกสังคมศึกษา

คุณสมบัติ  จบวิชาเอก  สังคมศึกษา  และมีใบประกอบวิชาชีพครู

เปิดรับสมัครระหว่างวันที่  24 – 26  มีนาคม  2555

สอบคัดเลือก  วันที  27  มีนาคม  2555

รายงานตัว  วันที่  28  มีนาคม  2555

สนใจสมัครได้ที่ห้อง ธุรการ โรงเรียนจตุรพักตรพิมานรัชดาภิเษก