คลังเก็บบล็อก

เครื่องรดน้ำต้นไม้ด้วยพลังแสงอาทิตย์

แม้จะขัดกับกระแสน้ำมากจนหาพื้นดินแทบไม่เจอ แต่ก็เชื่อว่าหลังวิกฤติน้ำท่วมครั้งนี้  น้ำจะยังคงเป็นทรัพยากรที่เรายังคงต้องใช้อย่างประหยัดและมีการบริหารจัดการที่ดีต่อไป
จึงขอกระตุ้นต่อมนักประดิษฐ์ในตัวผู้สนใจกันต่อกับผลงานของผู้พันนักวิจัย “พันเอกสิทธิโชค มุกเตียร์”  ผู้อำนวยการกองสารสนเทศ กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม กับ “เครื่องรดน้ำต้นไม้พลังแสงอาทิตย์” ที่ประดิษฐ์ขึ้นเพื่อช่วยบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอกับการเจริญเติบโตของพืช
วิธีการประดิษฐ์ ยังคงยึดแนวคิดในการใช้ประโยชน์จากฮาร์ดดิสก์ที่ไม่ได้ใช้แล้ว โดยดัดแปลงชิ้นส่วนกลไกภายใน คือ แขนอ่าน ซึ่งใช้กระแสไฟเพียงเล็กน้อยก็สามารถทำให้เกิดการเคลื่อนที่ ไปกดแผ่นควบคุมการเปิดหรือปิดการปล่อยน้ำจากถังเก็บน้ำ หรือจากท่อประปา
สามารถจ่ายน้ำให้กับต้นไม้ตามจังหวะเวลาที่ถูกต้อง วันละ 1-2 ครั้ง โดยใช้วงจรอิเล็กทรอนิกส์เป็นตัวควบคุม  ซึ่งใช้แหล่งจ่ายพลังงานไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เซลล์ ร่วมกับแบตเตอรี่

สำหรับส่วนประกอบของระบบ ผู้วิจัยบอกว่า มีส่วนกักเก็บน้ำ ที่ประกอบด้วย ถังใส่น้ำ ซึ่งจะติดตั้งอยู่สูงกว่าตำแหน่งของต้นไม้ เพื่อให้น้ำสามารถไหลลงมายังต้นไม้ได้เมื่อวาล์วเปิด ทั้งนี้ สามารถใช้น้ำจากท่อประปาที่มีแรงพอทดแทนได้

ส่วนควบคุมประกอบด้วยวงจรอิเล็กทรอนิกส์เพื่อส่งสัญญาณควบคุมให้วาล์วเปิดน้ำ   ส่วนเปิด-ปิดน้ำ ประกอบด้วยวาล์วขนาดเล็ก ใช้พลังงานต่ำขนาด  นิ้ว ซึ่งดัดแปลงจากชิ้นส่วนฮาร์ดดิสก์ที่มิได้ใช้งานแล้วเพื่อเปิดน้ำจากแหล่งกักเก็บหรือจากท่อประปาไปยังต้นไม้

ส่วนรับแสงอาทิตย์ ประกอบด้วยแผงรับแสงอาทิตย์ขนาด 10 วัตต์ ต่อกับแบตเตอรี่ขนาด 12 โวลต์ สำหรับเป็นแหล่งพลังงานให้กับระบบ

ระบบให้น้ำนี้สามารถใช้ได้ทั้งกับเกษตรกรเป็นการให้น้ำกับกิ่งชำกล้าและกับการปลูกพืชในบริเวณบ้านพักอาศัย เช่น ตามระเบียงคอนโดมิเนียม ซึ่งบางครั้งการดูแลรักษาอาจทำได้ไม่สม่ำเสมอ การใช้งานระบบจะทำเพียงติดตั้งแผงรับแสงอาทิตย์ไว้ในตำแหน่งที่จะได้รับแสงเกือบตลอดวัน ต่อท่อน้ำประปาเข้ากับวาล์วเปิดปิดเพื่อต่อสายไปยังต้นไม้ทุกต้นที่ต้องการรดน้ำ

ระบบควบคุมจะสามารถปรับปริมาณการให้น้ำให้เหมาะสมแก่พืชแต่ละชนิดได้  โดยผู้ใช้ จากนั้นระบบจะทำงานเองโดยอัตโนมัติ  โดยจะรดน้ำครั้งแรกในตอนเช้าโดยเช็กจากแสงพระอาทิตย์ครั้งแรกที่ได้รับจากแผงรับแสงอาทิตย์และหลังจากนั้นอีก 8 ชั่วโมง จะรดอีกครั้งหนึ่ง

ผู้วิจัยบอกว่า งานชิ้นนี้นอกจากจะช่วยให้เกษตรกรหรือเจ้าของต้นไม้สามารถรดน้ำได้อย่างสม่ำเสมอแล้ว ยังเป็นการสอนให้เด็กและเยาวชน รู้จักคิดประดิษฐ์สิ่งที่เป็นประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้เพื่อช่วยกันลดโลกร้อนและได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้นอีกด้วย.

ที่มา : นาตยา  คชินทร หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

เด็กไทย เจ๋ง คว้า 2 เหรียญทอง 3 รางวัลพิเศษ แข่งขันหุ่นยนต์โลก

นักเรียนไทยโรงเรียนโยธินบูรณะ และโรงเรียนเทศบาลเพชรวิทย์ สุดยอด คว้าเหรียญทอง จากการแข่งขันโอลิมปิกหุ่นยนต์โลก WRO 2011: World Robot Olympiad 2011 ระหว่างวันที่ 18-22 พฤศจิกายน 2554 ณ เมืองอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และทีมนักเรียนไทยยังสามารถคว้ารางวัลรวม 8 รางวัล ประกอบด้วย 2 เหรียญทอง ได้แก่ ประเภทหุ่นยนต์เตะฟุตบอล และประเภท Green City Challenge 3 เหรียญทองแดง 3 รางวัลพิเศษ ซึ่งมีคู่แข่ง 377 ทีม จาก 35 ประเทศทั่วโลกที่เข้าร่วมการแข่งขัน โดยจะเดินทางกลับถึงประเทศไทย โดยสายการบินเอทีฮัด แอร์ เวย์เที่ยวบินที่ EY 402 เวลา 06.50 น.และ สายการบินกัลฟ์แอร์เที่ยวบินที่ GF 152 เวลา 12.25 น.วันที่ 23 พฤศจิกายน 2554 

นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ได้ร่วมกับสถาบันพัฒนาการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ และบริษัท แกมมาโก้ (ประเทศไทย) จำกัด คัดเลือกและนำนักเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาทุกสังกัด เป็นตัวแทนนักเรียนจากประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกหุ่นยนต์ WRO 2011 : World Robot Olympiad 2011   ระหว่างวันที่ 18-22 พฤศจิกายน 2554 ณ เมืองอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จำนวน 34 ทีม โดย การแข่งขันแบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ ประเภทหุ่นยนต์อัตโนมัติ และประเภท Green City Challenge ซึ่งผู้เข้าแข่งขันจะต้องสร้างโปรแกรม ประกอบหุ่นยนต์และนำไปปฏิบัติภารกิจบนสนาม ประเภทโครงงานหุ่นยนต์อัตโนมัติ จะเป็นการประกวดโครงงานหุ่นยนต์ในหัวข้อ “หุ่นยนต์ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต” และปะเภทหุ่นยนต์เตะฟุตบอล แต่ละประเภทการแข่งขันยังแบ่งออกเป็น 3 รุ่นคือ รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี และรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ผลการแข่งขันปรากฏว่านักเรียนไทยสามารถกวาดรางวัลจากการแข่งขันได้ถึง 8 รางวัล ดังนี้ ประเภทหุ่นยนต์เตะฟุตบอล ได้รับรางวัลชนะเลิศเหรียญทองได้แก่ ทีมนักเรียนจากโรงเรียนโยธินบูรณะ กรุงเทพมหานคร ซึ่งเคยได้รับรางวัลเหรียญทองแดงจากการแข่งขันดังกล่าวในปีที่ผ่านมา ประเภท Green City Challenge รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ได้รับรางวัลชนะเลิศเหรียญทองได้แก่ ทีมนักเรียนจากโรงเรียนเทศบาลเพชรวิทย์ จังหวัดตาก รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปีได้รับ รางวัลเหรียญทองแดงได้แก่ ทีมนักเรียนจากโรงเรียนสุราษฎร์พิทยา 2 จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประเภทหุ่นยนต์อัตโนมัติ รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี ได้รับ รางวัล เหรียญทองแดงได้แก่ ทีมนักเรียนจากโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล จังหวัดชัยภูมิ และ ประเภทโครงงานหุ่นยนต์อัตโนมัติ รุ่นอายุไม่เกิน12 ปี ได้รับ รางวัล เหรียญทองแดงได้แก่ ทีมนักเรียนจากโรงเรียนอนุบาลปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี

นอกจากนี้ประเทศไทยยังได้รับรางวัลพิเศษอีก 3 รางวัลคือรางวัลความคิดสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมประเภทโครงงานหุ่นยนต์อัตโนมัติรุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ได้แก่โรงเรียนไทยนิยมสงเคราะห์ กรุงเทพมหานคร รางวัลเทคนิคยอดเยี่ยมประเภทหุ่นยนต์เตะฟุตบอลรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ได้แก่ ทีมรวมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีและรางวัลทีมยอดเยี่ยมประเภทหุ่นยนต์เตะฟุตบอลรุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ได้แก่โรงเรียนธัญบุรีจังหวัดปทุมธานี

“ศธ.ขอขอบคุณ คุณจักรริน จันทรวิสูตร ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ และบริษัท แกมมาโก้ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ได้ร่วมจัดเวทีให้เด็กได้มีโอกาสและแสดงความสามารถ รวมทั้งได้สนับสนุนและมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาของชาติ โดยการจัดการแข่งขัน คัดเลือก และส่งตัวแทนทีมนักเรียนไทยไปเข้าร่วมการแข่งขันหุ่นยนต์ในระดับนานาชาติมาอย่างต่อเนื่องทุกปี และปีนี้ นับว่าประเทศไทยประสบผลสำเร็จมากกว่าปีที่ผ่านมา ในการเข้าร่วมแข่งขันหุ่นยนต์ในระดับนานาชาติ และได้รางวัลใหญ่ถึง 8 รางวัล ซึ่งน่าภาคภูมิใจที่เด็กไทยของเรามีการพัฒนาศักยภาพ จนสามารถชนะทีมนักเรียนจากนานาประเทศซึ่งมีความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีมากกว่าเรา ขอแสดงความยินดีและขอเป็นกำลังใจให้กับนักเรียนที่ได้รับรางวัลทุกคน” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว

สิ่งประดิษฐ์ ‘เต่าไฟ กู้ภัยน้ำท่วม’ โซลาร์เซลล์เวอร์ชั่นล่าสุด

ทีมอาจารย์และนักศึกษาจิตอาสาเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยถึงมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิตในช่วงแรก เพื่อผลิตและสอนทำชุดโซลาร์เซลล์ขนาดเล็ก เพื่อกู้ภัยส่องสว่าง สำหรับผู้ประสบภัย

หน่วยกู้ภัยกลายเป็นผู้อพยพเสียเอง เมื่อศูนย์อพยพมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ถูกน้ำเข้าท่วมแล้ว และทำให้กลุ่มอาสาสมัครที่จะเข้าไปร่วมผลิตโซลาร์เซลล์ไม่สามารถเดินทางเข้าไปได้อย่างสะดวก อ.พีระพงษ์ภัทรพันธุ์ชัย อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอีสาน ผศ.ดร.ธนิท เรืองรุ่งชัยสกุล ภาควิชาเทคโนโลยีชนบท คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อ.นันท์ ภักดี ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานทดแทนที่ไม่ต้องพึ่งพาน้ำมัน โต้โผใหญ่ผู้ผลิตโซลาร์เซลล์กู้ภัย จึงได้ย้ายไปอยู่ที่ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ อ.เมือง จ.นครนายก ตั้งทีมอาสาสมัครอีกครั้งเพื่อผลิตโซลาร์เซลล์กู้ภัยก่อนจะส่งไปให้ผู้ประสบภัยอีกครั้ง
  และล่าสุดกับการผลิต “เต่าไฟ กู้ภัยน้ำท่วม” โซลาร์เซลล์ผลิตไฟส่องสว่าง ที่ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าเพียงไม่กี่ชิ้น และส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์รีไซเคิล ก็สามารถอำนวยความสะดวกต่อการดำรงชีวิตในยามค่ำคืนของผู้ประสบภัยได้มากยิ่งขึ้น

อ.พีระพงษ์ กล่าวว่า ผู้ประสบภัยจะได้รับความเดือดร้อนมากเมื่อบ้านถูกตัดไฟ โดยเฉพาะเวลากลางคืน เต่าไฟ กู้ภัยน้ำท่วม เป็นอีกเวอร์ชั่นโซลาร์เซลล์กู้ภัยส่องสว่าง หลังจากเวอร์ชั่นแรกที่ผลิตและแจกจ่ายไปหมดแล้ว หลังจากที่เราแจ้งความต้องการขอรับบริจาคอุปกรณ์ผ่านช่องทางโลกออนไลน์ ก็ได้รับความอนุเคราะห์จากผู้มีจิตศรัทธา ทั้งแผงโซลาร์เซลล์คุณภาพดี 600 แผ่น จากบริษัท เทคโนโลยี กรีน โซลูชั่น, แบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ, สายไฟเก่า ๆ, หลอดประหยัดไฟแอลอีดี และอื่น ๆ ซึ่งอุปกรณ์ส่วนใหญ่เป็นของที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว เพื่อนำมาประกอบเป็นแผงโซลาร์เซลล์

หลังจากประกอบอุปกรณ์เข้าด้วยกันและนำมาวางเพื่อทดสอบการใช้งาน และพบว่ารูปร่างของโซลาร์เซลล์เวอร์ชั่นใหม่นี้มีลักษณะเหมือนเต่า จึงเป็นที่มาของชื่อ “เต่าไฟ กู้ภัยน้ำท่วม”

อ.พีระพงษ์ กล่าวว่า โซลาร์เซลล์ที่ผลิตขึ้นนี้จะสามารถให้ไฟส่องสว่างได้นานหลายชั่วโมง เมื่อประจุไฟที่เก็บไว้หมดลงก็เพียงนำไปวางไว้ในที่มีแสงแดดส่องถึง หากแดดแรงในช่วงเที่ยงวันจะใช้เวลาเก็บประจุเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น แต่หากแดดไม่แรงมากในช่วงเช้าหรือเย็นจะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง

ในขั้นแรกนี้ได้มีการผลิตไว้แล้วจำนวน 100 ชุด และต้องการอาสาสมัครเพื่อมาช่วยกันผลิต อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ อ.พีระพงษ์ ได้อาสาสมัครเป็นผู้สูงอายุราว 6–7 คนมาช่วยผลิต โดยมีการสอนขั้นตอนการผลิตและอาสาสมัครผู้สูงอายุชุดแรกสามารถทำได้ด้วยตนเอง ซึ่งทีมของ อ.พีระพงษ์ เห็นว่าวิธีการผลิตทำได้ไม่ยาก และทุกคนสามารถทำได้ จึงได้จัดทำวิดีโอขั้นตอนการผลิตที่สามารถเข้าใจได้ง่าย และจะอัพโหลดขึ้นไปไว้ที่ http://www.facebook.com/engineeresu เพื่อให้ผู้มีจิตศรัทธาท่านอื่น ๆ หากมีอุปกรณ์ก็สามารถผลิตและนำไปช่วยผู้ประสบภัยได้อย่างทั่วถึง

ระยะเวลาในการผลิต หากเป็นผู้มีความรู้พื้นฐานจะสามารถผลิตได้ชั่วโมงละประมาณ 8–10 ชุด แต่หากเป็นบุคคลทั่วไปที่ไม่มีประสบการณ์จะผลิตได้ชั่วโมงละประมาณ 3 ชุด และสำหรับ 100 ชุดในชุดแรกที่ผลิตเสร็จเรียบร้อยแล้ว กำลังเตรียมจัดส่งไปแจกจ่ายให้ผู้ประสบภัย โดย อ.พีระพงษ์ จะเน้นแจกไปตามวัดใน
แต่ละพื้นที่ เนื่องจากเห็นว่าประชาชนส่วนใหญ่เมื่อเกิดปัญหาจะนึกถึงและอพยพไปอาศัยตามวัดต่าง ๆ

อ.พีระพงษ์ ยังบอกอีกว่า กำลังจะต่อยอดเต่าไฟกู้ภัยน้ำท่วมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการใส่ช่องเสียบยูเอสบี เพื่อให้สามารถชาร์จโทรศัพท์มือถือ และเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ เนื่องจากเล็งเห็นว่า การติดต่อสื่อสารก็เป็นส่วนสำคัญ ที่จะช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ทั่วถึงและทันท่วงที

อีกไม่นานเราคงได้เห็นสัตว์ที่มากับน้ำท่วมเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งชีวิต นอกเหนือจากตะขาบ จระเข้ และงูเขียวกรีนแมมบ้า แต่งานนี้เป็นสัตว์อิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ได้ให้โทษอย่างสัตว์ชนิดอื่น ๆ แต่ให้ประโยชน์กับผู้ประสบภัย.

ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

แปลงร่าง “ขยะอิเล็กทรอนิกส์” เป็นของใช้น่ารัก

นอกจากปัญหาเรื่องปริมาณที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วแล้ว “ขยะอิเล็กทรอนิกส์” จากซากเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ ยังสร้างปัญหาในแง่ส่วนประกอบที่มีสารอันตราย ซึ่งหากจัดการไม่เหมาะสมอาจทำให้เกิดการรั่วไหลสู่สิ่งแวดล้อม แล้วเป็นอันตรายทั้งต่อสุขภาพและระบบนิเวศ
    
ผลงานสิ่งประดิษฐ์ภายในงาน “การนำเสนอผลงานวิจัยแห่งชาติ 2554” (Thailand Research Expo 2011) ซึ่งนำเสนอให้เราเห็นว่า “ขยะอิเล็กทรอนิกส์” ที่ร้ายๆ นั้นสามารถแปลงร่างเป็นของใช้น่ารักๆ ได้อย่างไรบ้าง ณ บูธแสดงผลงานโครงงานวิจัยลดทอนขยะไอที (Let’s Start Thinking Green IT)
นางมาริยาท ตั้งมิตรเจริญ หัวหน้ากลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เผยกับทีมข่าววิทยาศาสตร์ ASTV-ผู้จัดการออนไลน์ ถึงแนวคิดในการทำโครงงานวิจัยดังกล่าวว่า ขยะอิเล็กทรอนิกส์มีเยอะมากในปัจจุบัน เพราะว่าเทคโนโลยีเข้ามาอย่างรวดเร็ว ขยะจึงตามมาเร็วมาก แต่ในปัจจุบันยังไม่ค่อยมีวิธีกำจัดขยะที่ดี หรือจะกล่าวให้ถูกต้องคือประเทศไทยยังไม่ให้ความสำคัญต่อเรื่องนี้ จึงเป็นที่มาของการจัดบูธนิทรรศการดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนได้ตระหนักถึงการนำวัตถุเหลือใช้ที่เราไม่ต้องการไปสร้างประโยชน์สูงสุด
“อย่างง่ายๆ เราเริ่มจากจากวัสดุคอมพิวเตอร์ที่เหลือใช้ แต่ละปีเรามีอุปกรณ์เก่าเยอะแยะซึ่งกองเอาไว้ เราก็มองว่ามันน่าจะเกิดประโยชน์ ทำให้เราคิดว่าสิ่งเหล่านี้ ถ้านำเอามาใช้ ตกแต่งเป็นของใช้ภายในบ้านหรือสำนักงานก็น่าที่จะเกิดประโยชน์กว่านี้ จึงทำให้เกิดผลงานจากหลายอย่าง เช่น โคมไฟจากแผ่นซีดี นาฬิกาซีดี แจกันหลอดไฟ เป็นต้น นางมาริยายกตัวอย่างการแปลงขยะอิเล็กทรอนิกส์เป็นของเหลือใช้
เมื่อถามถึงแรงบันดาลใจในการทำโครงงานนี้ นางมาริยาทเปิดเผยด้วยรอยยิ้มว่า วันหนึ่งขณะที่เธอเปิดดูข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต เธอได้เห็นตู้ปลาที่ทำมาจากจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีความสวยงามเป็นอย่างมาก เมื่อได้เห็นเธอจึงเกิดแรงบันดาลใจขึ้นมาว่า งานเหล่านี้เป็นสิ่งที่น่าสนใจ และเธอน่าจัดบูธแสดงผลงานเหล่านั้น ทำสิ่งประดิษฐ์เล็กๆ น้อยๆ โดยไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายมาก แต่อาจจะใช้ความคิดเพิ่มเติมและใช้เวลานิดหน่อยเพื่อสร้างสิ่งประดิษฐ์ขึ้นมาเป็นต้นแบบ
“ระยะเวลาทำโครงการเราเริ่มทำมาตั้งแต่เดือน เม.ย.โดยเริ่มติดต่อคนที่จะเข้าร่วมทำในกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศ หาสิ่งของ หามุมมอง หาแนวคิด หาดีไซน์ต่างๆ ไปสู่การสร้างไอเดียและออกแบบ เป็นงานที่ค่อยๆ ทำ เพราะเราทำงานประจำและทางทีมงานทั้งหมดก็ทำงานประจำ เราจึงใช้เฉพาะเวลาว่างช่วงเที่ยงกับช่วงเย็น มานั่งประดิษฐ์สิ่งของจากขยะ เพื่อใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์” นางมาริยาทกล่าว
ในส่วนที่จะต้องปรับปรุงนั้นทางนางมาริยาทคิดว่างานที่เธอทำนั้นยังไม่สวยงาม และเธอเองก็อยากแสดงความคิดสร้างสรรค์มากกว่านี้ ในแง่ของการนำไปใช้ประโยชน์ต่อ ซึ่งเธอคาดว่าผู้ที่มาชมงานน่าจะมีความคิดสร้างสรรค์ที่ดีกว่าเธอ รวมถึงในแง่ทำให้สวยงามกว่าและใช้ประดับตกแต่งได้จริง โดยสิ่งประดิษฐ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายในงานการนำเสนอผลงานวิจัยแห่งชาติ นั้น จะถูกนำไปใช้งานจริงที่สำนักงาน วช.
“รู้สึกแปลกใหม่ดี เรารู้สึกว่าทำอะไรได้เยอะกว่าตอนที่เริ่มมีมุมมองใหม่ๆ และก็รวมถึงวันนี้ที่ว่า เรามีกิจกรรมให้คนได้รวมกันทำ แค่นี้ก็เป็นสิ่งที่มีความสุขมากๆแล้ว แนวคิดของเรา บางครั้งอาจจะเป็นแนวคิดที่เดิมๆ เราเชื่อว่ามันอาจจะยังไม่เผยแพร่ที่ควรจะเป็น เราอยากให้วันนี้ภายในงานเป็นวันที่จุดประกาย และอยากให้หลายๆ หน่วยงานได้ตระหนักและร่วมกันช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากขยะอิเล็กทรอนิกส์ นางมาริยาทกล่าวทิ้งท้ายถึงแนวคิด

ที่มา : ข่าววิทยาศาสตร์ผู้จัดการออนไลน์

สำรวจผลงานบ่มเพาะ “นักประดิษฐ์รุ่นใหม่”

สำรวจผลงานบ่มเพาะ “นักประดิษฐ์ใหม่” โครงการความร่วมมือ วช.และสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญา มีผลงานโดดเด่น เช่น ชุดชาร์จโทรศัพท์มือถือพกพา กังหันลมผลิตไฟฟ้าต้นทุนถูก เก้าอี้ชั่งน้ำหนักสำหรับผู้สูงอายุที่ยืนหรือเดินไม่ได้ และเวชภัณฑ์ดูดน้ำมูกเด็กเพื่อลดความบอบช้ำจากอาการบาดเจ็บภายในเนื้อเยื่อช่องจมูก

   สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ(วช.)และสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญา จัดอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อบ่มเพาะนักประดิษฐ์รุ่นใหม่ ประจำปี 2554 หัวข้อ “การวิจัยเชิงบูรณาการสู่การประดิษฐ์และนวัตกรรม” ระหว่างวันที่ 8-9 ก.ย.54 ณ ศูนย์ประชุมธรรมศาสตร์รังสิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ศูนย์รังสิต) โดยผู้อบรมกว่า 250 คนได้นำกว่า 50 ผลงานมานำเสนอ

ผลงานที่นำเสนอภายในการอบรมครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องจากการอบรมก่อนหน้านี้เมื่อเดือน มิ.ย.54 ที่ผ่านมา ซึ่งมีการอบรมให้ความรู้เกี่ยวแนวโน้มและทิศทางการวิจัย การประดิษฐ์คิดค้น ตลอดจนการบูรณาการงานวิจัยสู่การประดิษฐ์และนวัตกรรมอย่างสร้างสรรค์ รวมถึงแนวคิดในการวิจัยอย่างเป็นระบบเพื่อพัฒนาต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์
ศ.นพ. สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ เลขาธิการคณะกรรมการการวิจัยแห่งชาติ กล่าวถึงการอบรมในโครงการนี้ว่า คาดหวังว่าจะมีนักวิจัยและนักประดิษฐ์หน้าใหม่เกิดขึ้น และหวังว่าผู้เข้าอบรมจะได้รับแรงบันดาล ประสบการณ์และแนวคิดที่จะทำให้พัฒนางานต่อไปได้เร็วขึ้น รวมทั้งอยากเห็นการสร้างเครือข่ายความคิดร่วมกัน
ผลงานสิ่งประดิษฐ์ที่นำมาเสนอภายการอบรมครั้งนี้ ซึ่งมีหลายผลงานที่น่าสนใจ อาทิ “เตาอบเลนส์นูน ความร้อนสูง”ซึ่งใช้อบอาหารได้หลายชนิด เช่น หมูแดดเดียว เนื้อแดดเดียว กล้วยตาก ปลาแห้ง เป็นต้น ผลงานของนายปัญญา ลำโคลัด น.ส.สิริพร ขบวน และนายจตุพล คูหา ทีมจากโรงเรียนศึกษานารีวิทยา ซึ่งเผยกับเราว่าได้แนวคิดในการสร้างผลงานนี้จากการอบรม ซึ่งเราสามารถนำสิ่งเหลือใช้มาพัฒนาเป็นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ ได้
อีกผลงานที่น่าสนใจคือ “กังหันลมผลิตไฟฟ้า” (Wind Generator) ผลงานทีมอาจารย์จากวิทยาลัยอาชีวศึกษานครปฐม ได้แก่ นายวิฑูร มลิวัลย์ นายพิเชษฐ์ ตนะวัฒนา และ น.ส.ก่องกาญจน์ วงศ์พรหม ซึ่งได้พัฒนากังหันลมผลิตไฟฟ้าที่มีต้นทุนการผลิตพร้อมเครื่องควบคุมทั้งหมด 8,000 บาท โดยใบพัดกังหันลมทำจากท่อพีวีซีที่นำมาตัด แล้วประกอบกับมอเตอร์ซึ่งได้มาจากเครื่องซักผ้าที่ไม่ใช้งานแล้ว จากนั้นประกอบกันเป็นไดนาโม ซึ่งไฟฟ้าจากการหมุนของใบพัดถูกเก็บลงแบตเตอรีไว้ แล้วนำไปใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทที่ให้แสงสว่างได้
ต่อมาที่เวชภัณฑ์ดูดน้ำมูก “เอ็มยูขทิป” (MU-Tip) เวชภัณฑ์ที่มีแนวคิดมาจากการดูแลเด็กอ่อนที่มีน้ำมูก ซึ่งการนำน้ำมูกเด็กอ่อนออกมานั้นมีวิธีเดียวคือการใช้สายดูดเสมหะต่อกับเครื่องดูดเสมหะ ทำให้มีเลือดออก เนื่องจากไปโดนเนื้อเยื่อที่มีความบอบบาง เด็กจึงเกิดการบาดเจ็บ และทำให้เนื้อเยื่อบวม เด็กจะยิ่งหายใจไม่ออกมากขึ้น ผู้ประดิษฐ์จึงคิดตัวเชื่อมที่เป็นข้อต่อระหว่างเครื่องและจมูก เพื่อให้เครื่องดูดน้ำมูกออกมาได้
ผลงานต่อไปเป็น “เครื่องชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบพกพา” (ระบบ ควิก ชาร์จ) ผลงานนายวิจิตร แสงสุทธิ นายวีรวิชญ์ ประสิทธิ์ภัทรชัย และนายอนุเทพ ชื่นชม จากโรงเรียนปัญญาภิวัฒน์ เทคโนธุรกิจ ซึ่งได้แนวคิดจากเครื่องชาร์จแบบฉุกเฉินที่มีจำหน่ายในประเทศเพื่อนบ้าน และเพื่อต่อยอดโครงงานเครื่องชาร์จแบตเตอรีที่เคยทำก่อนหน้านี้ โดยเครื่องชาร์จที่พัฒนาล่าสุดนี้ใช้แบตเตอรีขนาด AA จำนวน 2 ก้อน และรองรับโทรศัพท์หลายรุ่น และเมื่อประจุไฟเต็มแล้วสามารถใช้งานได้นาน 48 ชั่วโมง
อีกผลงานคือ “เก้าอี้ชั่งน้ำหนักไอเอ็นเอ็มยูโมบายแชร์สเกล” (INMU Mobile Chair Scale) เก้าอี้สำหรับชั่งน้ำหนักในท่านั่ง คล้ายเก้าอี้สำนักงาน ที่มีแกนรับน้ำหนักเพียงแกนเดียว ซึ่ง ผศ.ดร. อุไรพร จิตต์แสง นายสร้างสรรค์ ศิริปิยะวัฒน์ นางพัศมัย เอกก้านตอง และ น.ส.มนัสนันท์ แยกสกุล เจ้าของผลงานนี้จากสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล เผยถึงแนวคิดว่าได้จากการสังเกตผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไปส่วนใหญ่มีปัญหาเรื่องสุขภาพและไม่สามารถยืนหรือเดินได้สะดวกนัก แต่จำเป็นต้องชั่งน้ำหนักเพื่อคำนวนดัชนีมวลกายให้แพทย์ได้วินิจฉัยเพื่อจ่ายยาและคำนวนโภชนาการของผู้ป่วย
เหล่านี้เป็นผลงานส่วนหนึ่งที่ได้จากการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อบ่มเพาะนักประดิษฐ์รุ่นใหม่ที่จัดขึ้นด้วยความร่วมมือระหว่าง วช.และสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งเราหวังว่าตัวอย่างเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานและสิ่งประดิษฐ์จากการสังเกตปัญหาและสิ่งต่างๆ รอบตัว

ที่มา  ผู้จัดการออนไลน์

“ชุดดักกุ้งพอเพียง” ผลงานสิ่งประดิษฐ์ของน้อง จรภ.

ออกอากาศแล้วจ้า “ชุดดักกุ้งพอเพียง” ผลงานสิ่งประดิษฐ์ของน้องๆ ม.2  โรงเรียนจตุรพักตรพิมานรัชดาภิเษก จ.ร้อยเอ็ด  ร่วมให้กำลังใจคนเก่งของเรา  เธอคือความภาคภูมิใจของโรงเรียนจ้า

 

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 25 other followers